เปิดไทม์ไลน์ คลัสเตอร์ยาดองมรณะ คาด 2 พี่น้องเอส-อาร์ท ใช้เมทานอลแทน หวังประหยัดต้นทุน
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ให้สัมภาษณ์กรณีคลัสเตอร์ยาดองมรณะ ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 ราย
พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รองผบช.น. เปิดเผยว่า เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2567 พบว่ามีผู้ป่วยจากการดื่มยาดองและมีการเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ณ ปัจจุบันพบว่ามีผู้เสียชีวิตทั้งสิ้น 6 ราย และมีผู้ป่วยรวมทั้งสิ้น 43 ราย รักษาหายแล้ว 27 ราย คงเหลือรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจำนวน 10 ราย โดยภายหลังจากเกิดเหตุตำรวจได้มีการตั้งชุดทำงานสืบสวนข้อเท็จจริงมีการเรียกสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้ต้องหา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย อาทิ กรมสรรพสามิต กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์ผู้ทำการตรวจชันสูตร จากการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดแล้ว จึงทราบถึงสาเหตุ ต้นน้ำ กลางน้ำ และ ปลายน้ำ
โดยล็อตการผลิต ยาดอง ชุดนี้ก่อนนำไปแจกจ่ายและนำไปจำหน่ายทั้ง 18 ซุ้มยาดอง ในเขตพื้นที่ของมีนบุรี คลองสามวา ลาดกระบัง หนองจอก คันนายาว และประเวศ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจยึด พร้อมทั้งนำพยานซึ่งเป็นผู้ที่จำหน่ายปลายทางมาสอบปากคำและให้การรับยาดองที่ผสมหมุนไพร มาจาก “เจ๊ปู” ทางตำรวจจึงได้ทำการจับกุม “เจ๊ปู” ก่อนที่จะขยายผลรับสารภาพว่าได้รับ “สุราขาว” มาจาก “เอส-อาร์ท“ 2 พี่น้อง จึงทำให้ทราบสาเหตุต้นทางว่า คนที่รับเอา เอทิลแอลกอฮอล์ มาผสมเพื่อให้เป็นสุราขาวก่อนนำไปขายกับเจ้ปูนั้น มีการทำมาต่อเนื่องเป็นระยะเวลาเกือบ 1 ปี
โดยนายสุรชัย หรือ อาร์ท อายุ 43 ปี นายสุรศักดิ์ หรือเอส อายุ 46 ปี มีการรับ เอทิลแอลกอฮอล์ ประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ มาจากบริษัทแห่งหนึ่งที่อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีการผสม เอทิลแอลกอฮอล์ 20 ลิตรจำนวน 3 ถัง รวมแล้วประมาณ 60 ลิตร นำมาผสมกับน้ำเปล่าจำนวน 7 ถัง รวมเป็น 140 ลิตร ทั้งหมดรวมกันจะได้ 200 ลิตร นำมาผสมและใช้ไม้กวน ก่อนจะมาวัดความเข้มข้น 35 เปอร์เซ็นต์ หรือ 35 ดีกรี ก่อนที่จะแบ่งใส่ถุง 6 ถุง ถุงละ 30 ลิตรให้กับเจ้ปูนำมาจำหน่าย

พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวต่อว่า หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทําการตรวจค้นและจับกุมพร้อมตรวจยึดถึงแกลลอนทุกจุดไปทําการตรวจพิสูจน์ ปรากฏว่าล็อตที่มีปัญหาคือในช่วงวันที่ 3 สิงหาคม และ 11-12 สิงหาคม ซึ่งล็อตดังกล่าวเป็นการไปรับเอทิลแอลกอฮอล์จริง จากบริษัทแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ มาผสมและจําหน่ายให้ “เจ๊ปู”
แต่ปรากฏว่า “เจ๊ปู” ได้มีการสั่งเพิ่มเติมในห้วงวันที่ 18 และ 20 สิงหาคม ซึ่งล็อตดังกล่าวนี้ปรากฏว่า 2 พี่น้อง “เอส-อาร์ท” ไม่สามารถจัดหาเอทิลแอลกอฮอล์ได้ เนื่องจากติดค้างเงินอยู่ประมาณหมื่นกว่าบาทกับเซลที่สั่งซื้อเอทิลแอลกอฮอล์ จึงเป็นเหตุให้มีการไปจัดซื้อจัดหาเมทิลแอลกอฮอล์หรือเมทานอล เนื่องจากการตรวจยึดถังที่ค้างอยู่ที่บ้านของ “เอส-อาร์ท” พบมีเมทิลแอลกอฮอล์ค้างอยู่ประมาณ 11 ถัง รวมถึงเจอนํ้าซึ่งอยู่ในขวด 500 มิลลิลิตร ซึ่งมีส่วนผสมของสารเมทิลแอลกอฮอล์ประมาณ 13,075 มิลิกรัมต่อลิตร รวมทั้งไปค้นที่บ้านของ “เจ๊ปู” ก็เจอขวด 300 มิลลิลิตร ซึ่งรับมาจาก “เอส-อาร์ท” มีสารเมทิลแอลกอฮอล์ 12,385 มิลิกรัม ดังนั้นจึงเชื่อได้ว่าสุราขาวล็อตวันที่ 18 สิงหาคมที่ “เจ๊ปู” รับมาจาก “เอส-อาร์ท” มีส่วนผสมของเมทิลแอลกอฮอล์แล้วนําไปจําหน่ายให้กับ 18 ซุ้ม จนเกิดเรื่องขึ้น ส่วนเหตุผลที่ 2 พี่น้อง “เอส-อาร์ท” นําเมทิลแอลกอฮอล์มาผสมแทนเอทิลแอลกอฮอล์นั้น คาดว่ามีต้นทุนถูกกว่าเท่าตัว
ตำรวจจึงได้ทำการรวบรวมพยานหลักฐานทั่งหมดก่อนขอหมายจับต่อศาล โดยศาลได้ออกหมายจับ นายสุรชัย หรือ อาร์ท อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่จ.1169/2567 ลงวันที่ 28 ส.ค. 67 และ นายสุรศักดิ์ หรือเอส อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญามีนบุรีที่จ.1169/2567 โดยทั้งสองถูกออกหมายจับในข้อเดียวกันคือ”ร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา , ร่วมกันปลอมปนอาหาร ยา หรือเครื่องอุปโภคบริโภคอื่นใดเพื่อบุคคลอื่นเสพหรือใช้ และการปลอมปนนั้นน่าจะเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่สุขภาพ หรือจำหน่าย หรือเสนอขายสิ่งเช่นว่านั้นเพื่อบุคคลเสพหรือใช้จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส และเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และร่วมกันผลิตและจำหน่ายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ซึ่งทั้งคู่นั้นได้ถูกจับกุมตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมาแล้ว แต่ผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวทางชุดสืบสวนจึงได้ทำการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีเพิ่มเติมและทำการสอบปากคำเพิ่มเติม ขณะที่เจ้ปูได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาไปแล้วเช่นกัน
พล.ต.ต.นพศิลป์ เปิดเผยอีกว่า สําหรับผลการตรวจเลือดของผู้เสียชีวิตและผู้ป่วยจากการดื่มสุราเถื่อน พบว่าค่าเมทานอลสูงสุดอยู่ที่ 124 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการรักษาและมีประวัติเคยดื่มยาดองจากซุ้มหทัยราษฎร์ 33 ขณะที่ตัวเลขของผู้เสียชีวิต พล.ต.ต.นพศิลป์ ยืนยันว่าในระบบของโรวพยาบาลยังอยู่ที่ 6 ราย
ทั้งนี้หากประชาชนหรือผู้ป่วยท่านใดที่เคยรับประทานยาดองจาก 18 ซุ้มดังกล่าว และเริ่มมีอาการผิดปกติ ขอให้รีบเดินทางเข้าพบแพทย์ทันที หากพบเร็วก็สามารถรักษาได้ทัน หากมาช้าอาจอันตรายถึงชีวิต
นอกจากนี้พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.ได้สั่งให้มีการตรวจซุ้มยาดองทั่วกรุงเทพมหานคร และพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผบ.ตร.ได้สั่งการทางวิทยุให้ตรวจสอบซุ้มยาดองทั่วประเทศด้วย

