เริ่มแล้ว! กทม.จัดสอบ CEFR วัดระดับภาษาอังกฤษ ‘ครู-นักเรียน’ มุ่งปรับหลักสูตรพัฒนาศักยภาพสู่ระดับสากล

30.08.24 | 17:34 น.

เริ่มแล้ว! กทม.จัดสอบ CEFR วัดระดับภาษาอังกฤษ ‘ครู-นักเรียน’ มุ่งปรับหลักสูตรพัฒนาศักยภาพสู่ระดับสากล

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้จัดสอบวัดระดับความสามารถภาษาอังกฤษตามกรอบมาตรฐานสากล CEFR (Common European Framework of References for Languages) ของครูและนักเรียนในสังกัด กทม. ในระหว่างวันที่ 28 สิงหาคม – 3 กันยายน 2567 โดยได้มีการจัดสอบครูและนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 รวมกว่า 30,000 คน

นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า ภาษาอังกฤษเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเปิดโลกทัศน์การเรียนรู้ และจะช่วยให้เด็กเข้าสู่ความเป็น Global Citizen ได้ กทม.จึงมีแผนพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนในสังกัด กทม. ผ่าน 3 องค์ประกอบ ได้แก่ การพัฒนาเด็ก การพัฒนาครู และการนำเทคโนโลยีเข้ามาร่วมบูรณาการ

นายศานนท์กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมา โรงเรียนสังกัด กทม. ไม่เคยมีการสอบวัดมาตรฐานครูและนักเรียนมาก่อน โดยแต่ละโรงเรียนจะออกข้อสอบของตัวเอง จึงไม่มีเกณฑ์กลางในการวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษ แต่การจัดสอบ CEFR ครั้งนี้ เป็นการใช้ข้อสอบมาตรฐานสากลเข้ามาช่วยในการวัดประเมินทักษะทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การฟัง การอ่าน การเขียน และการพูด ซึ่งมีการแบ่งเกณฑ์ความสามารถเป็น 6 ระดับ และมีเกณฑ์มาตรฐานกำหนดไว้แล้วว่า เด็กแต่ละระดับชั้นควรอยู่ในเกณฑ์ระดับไหน และการสอบในปีนี้ ซึ่งเป็นการจัดสอบทั้งครูผู้สอนและนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เพื่อให้รู้ว่าทั้งครูและนักเรียนโรงเรียนอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานระดับใด ซึ่งจะนำไปสู่การปรับหลักสูตรการสอนและการพัฒนาครูที่เหมาะสมกับแต่ละระดับต่อไป

“ในยุคนี้เทคโนโลยีก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าภาษาอังกฤษ กทม.จึงยังมีแผนในการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาร่วมบูรณาการเรียนการสอนในทุกมิติ ซึ่งทั้ง 3 ส่วนที่ กทม. กำลังพัฒนา จะช่วยให้นักเรียนโรงเรียนสังกัด กทม. มีทักษะภาษาอังกฤษที่ดีขึ้น และมีศักยภาพในการแข่งขันระดับสากลได้แน่นอน” นายศานนท์กล่าว

Advertisement
นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าฯ กทม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กทม.ได้มีการจัดสอบในโรงเรียนในสังกัด กทม. จำนวน 429 แห่ง มีครูเข้าร่วมสอบ 1,400 คน และมีนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เข้าร่วมสอบ 30,189 คน โดยได้จัดสอบในรอบปกติตั้งแต่วันที่ 28 สิงหาคม – 3 กันยายน 2567 ซึ่งเป็นการสอบผ่านระบบคอมพิวเตอร์ โดยทดสอบ 4 ทักษะ ประกอบด้วย

  1. การอ่าน จำนวน 15 ข้อ จำกัดเวลา 35 นาที
  2. การฟัง จำนวน 15 ข้อ จำกัดเวลา 30 นาที
  3. การพูด จำนวน 2 ข้อ จำกัดเวลา 10 นาที
  4. การเขียน จำนวน 1 ข้อ จำกัดเวลา 15 นาที

ทั้งนี้ CEFR แบ่งเป็น 6 ระดับ ซึ่งแต่ละระดับจะมีคำอธิบายประสิทธิภาพการใช้ภาษาอังกฤษ เริ่มตั้งแต่ระดับ Beginner จนถึง Advanced ดังนี้

  1. A1 – Beginner

ในระดับนี้ ผู้เรียนมีทักษะการใช้ภาษาพื้นฐาน หรือคำศัพท์ที่คุ้นเคยสำหรับการสื่อสารในชีวิตประจำวัน พูดคุยเป็นประโยคง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ผู้เรียนมีความเข้าใจและใช้ประโยคพื้นฐาน เพื่อสื่อความต้องการที่เป็นรูปธรรม

  1. A2 – Elementary

ผู้เรียนในระดับนี้เข้าใจประโยคและสำนวนที่ใช้บ่อยเกี่ยวกับสิ่งรอบตัวที่คุ้นเคย สื่อสารเรื่องง่าย ๆ ในกิจวัตรประจำวันได้ พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่คุ้นเคยและไม่ซับซ้อนได้ และแนะนำประวัติตัวเองอย่างง่ายได้

  1. B1 – Intermediate

ผู้เรียนระดับนี้สามารถเข้าใจจุดประสงค์หลักของสิ่งที่คุ้นเคยในชีวิตประจำวันได้ สามารถรับมือกับสถานการณ์ส่วนใหญ่ที่อาจเกิดขึ้นขณะเดินทางหรือท่องเที่ยวได้ สื่อสารในหัวข้อที่ซับซ้อนมากขึ้นและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับหัวข้อที่คุ้นเคยได้

  1. B2 – Upper-Intermediate

ในระดับนี้ ผู้เรียนใช้ภาษาอังกฤษได้ดี สามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพในบริบทที่หลากหลาย รวมทั้งในโรงเรียนหรือสถานที่ทำงาน ใช้ภาษาได้อย่างเหมาะสมในสถานการณ์ทางสังคม รวมถึงการชื่นชมและการแสดงความเสียใจ

  1. C1 – Advanced

ผู้เรียนในระดับนี้เข้าใจและสื่อสารในการอภิปรายที่ซับซ้อนได้หลากหลายหัวข้อ มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษที่มีประสิทธิภาพและลื่นไหล มีความแม่นยำในการสื่อสาร เข้าใจความหมายโดยนัยและสามารถสร้างถ้อยคำที่ชัดเจน มีโครงสร้างดี ให้รายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องที่ซับซ้อนได้

  1. C2 – Proficient

C2 คือระดับสูงสุดของ CEFR ในขณะนี้ ผู้เรียนจะมีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษใกล้เคียงกับเจ้าของภาษา หรือเทียบเท่าเจ้าของภาษา ผู้เรียนเข้าใจและสื่อสารหัวข้อที่ซับซ้อนได้อย่างดี อธิบายได้อย่างลื่นไหลและแม่นยำ สามารถร่วมอภิปรายในหัวข้อที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนได้