สืบสวนนครบาลร่วมสืบ115 รวบ บัญชีม้าแก๊งโรแมนซ์สแกม
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อรรชวศิษฎ์ ศรีบุญยมานนท์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. พ.ต.ต.วรุตม์ คำหล้า สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. พร้อมชุดปฏิบัติการที่ 3 ร่วมกับนักเรียนหลักสูตรการสืบสวนคดีอาญา รุ่นที่ 115 ชุดปฏิบัติการที่ 5 จับกุมนายสุพรชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และโดยทุจริต หรือหลอกลวง, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น มิได้กระทำต่อประชาชน แต่เป็นการกระทำต่อบุคคลหนึ่ง โดยจับกุมได้ที่ริมถนนภายในซอยร่วมประดิษฐ์ ถนนนครไชยศรี แขวงถนนนครไชยศรี เขตดุสิต กทม.
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายรับข้อความจากชื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก “Jame William” ว่าจะมีของส่งมาให้จากต่างประเทศ โดยให้ผู้เสียหายชำระค่าภาษี จำนวน 20,000 บาท โดยโอนชำระจากบัญชีต้นทางไปยังบัญชีปลายทาง ชื่อบัญชีธนาคารคือ นายสุพรชัย ผู้ต้องหา เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา ต่อมาผู้เสียหายทราบว่าน่าจะถูกหลอกลวงจึงแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน

พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวอีกว่า ชั้นจับกุมนายสุพรชัย หรือเจ ให้การว่า รับการติดต่อจาก น.ส.หวาน ให้นำบัตรประชาชนไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์ใหม่เพื่อเปิดบัญชีธนาคาร เมื่อนำซิมและบัญชีมาให้จึงได้ค่าจ้างเปิดบัญชี 1,000 บาท จากนั้นทราบจาก น.ส.หวาน ว่ามีเงินโอนเข้ามา 10,000 บาท แต่ น.ส.หวานบอกว่า “ยังไม่ต้องทำอะไร เงินยังน้อยไป” จนมีเงินโอนมาเพิ่มอีก 20,000 บาท รวมเป็น 30,000 บาท
น.ส.หวานจึงให้ผู้ต้องหาไปสแกนใบหน้าในแอพพลิเคชั่นหน้าตู้เอทีเอ็มเพื่อถอนเงินออกมาแบ่งกับ น.ส.หวาน โดยนายสุพรชัยรับเงิน 20,000 บาท และ น.ส.หวาน 10,000 บาท จากนั้นผู้ต้องหานำเงินไปใช้ซ่อมรถและแบ่งให้ภรรยา หลังจากนั้นเงินอุดหนุนบุตรเข้าบัญชีนายสุพรชัย จึงทราบว่าบัญชีถูกอายัดทั้งหมด จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาส่ง สน.บางเขน ดำเนินคดีต่อไป

