สถาบันโรคผิวหนัง แนะวิธีดูแลตัวเองในพื้นที่น้ำท่วม งดตัดเล็บเท้า ชี้ เสี่ยงเปิดโอกาสให้เชื้อโรคเข้าได้
เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม นพ.วีรวัต อุครานันท์ ผู้ช่วยอธิบดีกรมการแพทย์และผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในภาคเหนือตอนบนช่วงเดือนสิงหาคม ทำให้มีปริมาณฝนตกสะสมเฉลี่ยสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขัง และมักเกิดปัญหาด้านสุขภาพตามมาด้วยเสมอ อย่างไรก็ตามโรคผิวหนังยังเป็นโรคลำดับต้น ๆ ของปัญหาทางกายที่เกิดกับผู้ประสบภัย กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคผิวหนัง ห่วงใยต่อสุขภาพประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว จึงได้สนับสนุนเวชภัณฑ์ยารักษาโรคผิวหนัง เพื่อกระจายให้กับประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัยได้รับการช่วยเหลือได้รับการดูแลรักษาได้ทันท่วงที โดยมอบให้แก่สำนักงานเขตสุขภาพที่ 1 จำนวน 2,400 ชุด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงราย 800 ชุด โรงพยาบาล (รพ.) เทิง 1,200 ชุด รพ.ขุนตาล 400 ชุด รพ.เวียงแก่น 400 ชุด รพ.พญาเม็งราย 400 ชุด รวมจำนวนทั้งสิ้น 5,200 ชุด
นพ.วีรวัต กล่าวว่า นอกจากเวชภัณฑ์ยารักษาโรคผิวหนังในผู้ประสบอุทกภัยแล้ว ประชาชนควรมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลตนเองอย่างถูกวิธี เพื่อลดการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงต่าง ๆ ที่จะตามมาได้ ซึ่งโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยและประชาชนในพื้นที่อุทกภัยหรือมีน้ำท่วมขังไม่ควรละเลย คือ โรคน้ำกัดเท้า ซึ่งในการดูแลผู้ป่วยโรคน้ำกัดเท้าสิ่งที่สำคัญคือ หลีกเลี่ยงการแช่เท้าในน้ำนาน ๆ ถ้าเลี่ยงไม่ได้จำเป็นต้องสัมผัสน้ำให้ใส่รองเท้าบูท และเมื่อขึ้นจากน้ำให้ล้างเท้าด้วยสบู่และน้ำสะอาด เช็ดเท้าให้แห้งอยู่เสมอและควรทาครีมบำรุงผิว ถ้ามีผื่นแดงเล็กน้อย คัน ควรทายากลุ่มสเตียรอยด์ หากมีผื่นและมีรอยเปื่อยฉีกขาดของผิว มีอาการบวมแดง ปวดเจ็บ หรือมีหนองเป็นอาการติดเชื้อแบคทีเรียที่รุนแรงขึ้นควรพบแพทย์ ในกรณีที่เท้าแช่น้ำนานหลายสัปดาห์ต่อเนื่องหรือนิ้วเท้าเกย หรือชิดกันมากทำให้อาจติดเชื้อราที่ง่ามนิ้วเท้าเกิดเป็นผื่นขุยเปียกขาวได้ ควรใช้ยาทารักษาเชื้อรา ถ้ามีบาดแผลควรทำแผลและทายาฆ่าเชื้อโรค เช่น เบตาดีน ควรระวังการตัดเล็บเท้าเพราะอาจเกิดบาดแผลซึ่งจะเป็นทางเข้าของเชื้อโรคได้ การทำความสะอาดเท้า ง่ามเท้าทุกครั้งหลังลุยน้ำด้วยสบู่และน้ำสะอาด และเช็ดให้แห้งจะช่วยป้องกันการเกิดโรคผิวหนังดังกล่าวได้


