ป.ป.ส. ผนึก ทหาร-ตำรวจ บุกจับกุมยึดทรัพย์ทำลายกลุ่มเครือข่ายนักค้ายาเสพติดรายสำคัญพื้นที่ภาคเหนือตอนบน
เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 31 สิงหาคม 2567 ที่ สภ.ฝาง จังหวัดเชียงใหม่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายนิยม เติมศรีสุข ที่ปรึกษา รมว.ยธ. พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. นายอภิกิต ฉ.โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส. พล.ต.ต. ธนะรัชต์ ชุ่มสวัสดิ์ รอง ผบช.ภ.5 พล.ต.ชายแดน กฤษณสุวรรณ ผบ.พล.ร.7/รอง ผบ.นบ.ยส.35 พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย ผบก.ชม. พ.อ.ไมตรี ศรีสันเทียะ เสนาธิการ กกล.ผาเมือง นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายธนาธิป นวรัตนวรกุล อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.สปป. นายธันวา ผุดผ่อง ผชช.ปปส.ภ.5 และเจ้าหน้าที่หน่วยต่างๆ ร่วมแถลงข่าวการสนธิกำลังกว่า 150 นาย ปฏิบัติการ ‘ตัดไฟแต่ต้นลม’ ครั้งที่ 1 เพื่อทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ชายแดนภาคเหนือตอนบน
โดยเป็นการสืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีต่อ พ.อ.จะลอโบ ไม่ทราบนามสกุล อดีตรองผู้บัญชาการกองบัญชาการควบคุมทางทหาร 171 กกล.ว้าใต้ (UWSA) และนายวีระ หมื่นจะดา ซึ่งบุคคลทั้งสองเป็นนักค้ายาเสพติดรายสำคัญที่มีพฤติการณ์ในการร่วมกันจัดหายาเสพติดจากพื้นที่รัฐฉาน สหภาพเมียนมา ส่งเข้ามาจำหน่ายทางภาคเหนือของประเทศไทยผ่านพื้นที่อิทธิพลของตน มาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน โดยพบพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงใกล้ชิดกับคดีการจับกุมนายพิริยะ สุนันติ กับพวกรวม 2 คน พร้อมของกลาง ไอซ์ 309 กก. เฮโรอีน 230 กก. เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2567 เหตุเกิดที่ สภ.ฝาง จ.เชียงใหม่ จากการสืบสวนขยายผล พบพฤติการณ์บุคคลทั้งสองเกี่ยวข้องในคดีที่ได้จากการซัดทอดของผู้ต้องหาในคดีข้างต้น และจากประจักษ์พยาน กล่าวคือ ในห้วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2567 พ.อ.จะลอโบ และนายวีระ หมื่นจะดา และพวกได้ร่วมกันวางแผนลักลอบนำยาเสพติด ตามจำนวนข้างต้น เข้ามาส่งให้กับกลุ่มผู้ลำเลียงชาวไทยที่บริเวณดอยผ้าห่มปก ต.แม่สาว อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ พร้อมว่าจ้างกลุ่มผู้ประสานงานจากพื้นที่เมืองต่วน จำนวน 3 คน และส่งมอบเครื่องมือสื่อสาร เพื่อให้เข้ามาประสานการส่งมอบยาเสพติดแก่กลุ่มผู้ลำเลียงในฝั่งไทย จนกระทั่งวันที่ 2 มีนาคม 2567 ได้มีการส่งมอบยาเสพติดจนสำเร็จตามนัดหมาย ก่อนจะถูก สภ.ฝาง จับกุมในวันที่ 5 มีนาคม 2567 ดังกล่าว คณะทำงานจึงรวบรวมพยานหลักฐานจากพฤติการณ์การกระทำผิดข้างต้น ของ พ.อ.จะลอโบ และนายวีระ เพื่อขอให้ศาลจังหวัดฝางพิจารณาอนุมัติหมายจับ และศาลได้อนุมัติหมายจับทั้งคู่
“เช้านี้จึงกำหนดเป้าหมายเพื่อติดตามจับกุมบุคคลตามหมายจับในเครือข่าย พ.อ.จะลอโบ รวมจำนวน 11 หมายจับ พร้อมยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งชุดปฏิบัติการได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นอย่างพร้อมเพรียงกัน ในพื้นที่ อ.เมืองเชียงราย อ.แม่ลาว จ.เชียงราย, อ.เมืองเชียงใหม่ อ.ฝาง อ.แม่อาย อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ รวมทั้งสิ้น จำนวน 13 จุด ผลการปฏิบัติการจับกุมบุคคลตามหมายจับได้ จำนวน 4 ราย ยึด/อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ดังนี้ อสังหาริมทรัพย์ จำนวน 20 แปลง มูลค่าประมาณ 61,450,000 บาท บัญชีเงินฝาก จำนวน 16 บัญชี มูลค่า 472,000 บาท ยานพาหนะจำนวน 6 คัน มูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท เงินสด 210,000 บาท ทองรูปพรรณ จำนวน 7 รายการ มูลค่า570,000 บาท ทรัพย์สินอื่นๆ จำนวน 10 รายการ มูลค่า 400,000 บาท มูลค่ารวม 66,102,000 บาท
พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ถือว่าเป็นความร่วมมือของหน่วยราชการทุกภาคส่วนและภาคประชาชน โดย มุ่งเป้าหมายเพื่อลดบทบาทการค้ายาเสพติดและลดอิทธิพลของกลุ่มบุคคลหรือ กกล.ชาติพันธ์ต่างๆ ตามแนวชายแดน ไทย-สหภาพเมียนมา ซึ่งจะส่งผลดีในการลดการนำเข้ายาเสพติด ลดอาชญากรรม และลดบทบาทผู้มีอิทธิพล ตามแนวชายแดน รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในจัดระเบียบตามแนวชายแดน ทำให้การแก้ปัญหาด้านอุปทาน (Supply) ยาเสพติด ตามนโยบายของรัฐบาลประสบผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม หลังจากให้ทุกหน่วยงาน ผนึกกำลังและยึดเป้าหมายสูงสุดร่วมกัน นั่นคือการลดความเดือดร้อนของประชาชน และบังคับใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติดอย่างมีประสิทธิภาพ การปฎิบัติการ ‘ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม‘ ครั้งนี้ เป็นการให้ความสำคัญต่อการดำเนินการทางกฎหมายกับหัวหน้ากลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ และเครือญาติหรือกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องที่มีบทบาทในการผลิต การค้า การลำเลียงยาเสพติด โดยมีการดำเนินการภายใต้ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ส.จักดำเนินการลักษณะดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ผู้ค้ายาเสพติดจะต้องได้รับการลงโทษและถูกยึดทรัพย์สิน อย่างจริงจัง เพื่อเป็นการลดทอนศักยภาพในการผลิตและตัดวงจรการค้ายาเสพติดอย่างถาวร นำไปสู่การลดปัญหาการค้าและการแพร่ระบาดยาเสพติดในภาพรวมของประเทศไทยลงได้


