สืบเนื่องกรณีการนำหมีควายของกลางไม่ทราบเพศ ที่จับกุมได้เมื่อประมาณ 10 ปีก่อนหน้า ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มรดกโลก (ในพื้นที่รอยต่อ 4 จังหวัด จ.ปราจีนบุรี ,นครราชสีมา,นครนายก และ จ.สระบุรี) และได้รับการเลี้ยงดูเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีแผนนำปล่อยกลับคืนสู่ผืนป่าธรรมชาติ พร้อมคล้องสัญญาณติดตาม เมื่อประมาณวันที่ 11 ก.พ.60 โดยนำขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปปล่อยกลางป่าลึก เนื่องจากเดินทางลำบาก แต่ขณะระหว่างอยู่บนเฮลิคอปเตอร์หมีควายมีอาการตื่นตกใจ และดิ้นจนหลุดและตกลงมาจากเฮลิคอปเตอร์
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบจากสัญญาณติดตามพบว่าอยู่นิ่งไม่เคลื่อนไหว จึงเดินเท้าเข้าติดตามตรวจสอบพบว่าหมีควายดังกล่าวเสียชีวิตแล้วสภาพเน่าร่างแหลกเหลวจากถูกแรงกระแทกความโน้มถ่วงของโลกขณะตกลงมา ไม่สามารถนำกลับคืนมาได้ จึงทำลายซากโดยการเผา พร้อมนำสัญญาณที่ติดตามตัวกลับคืนมาได้เท่านั้น
หลังทราบข่าว ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังนายครรชิต ศรีนพวรรณ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวว่า “ ไม่อยู่ในสถานะให้ข่าวได้ เป็นอำนาจของผู้บริหาร”นายครรชิต กล่าว
ต่อมาได้ประสานมาที่นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชกล่าวว่า “ เรื่องดังกล่าวยังไม่มีข้อมูล ให้ประสานงานตืดต่อข้อมูลกับ นายวิรัช จตุพนาพร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี)” จึงได้ประสานงานกับนายวิรัช
นายวิรัช จตุพนาพร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) กล่าวว่า “เรื่องหมีควายที่เสียชีวิตดังกล่าว เป็นขั้นตอนในการทำงานของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ กล่าวคือเมื่อวันที่ 30 พ.ย.59 หมีควายขนาดน้ำหนักประมาณ 80 -90 กก.ออกจากป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่มารบกวนชาวบ้านที่อยู่รอบติดกัน ทางเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้จับตัวนำมาตรวจโรค และในวันเกิดเหตุประมาณวันที่ 11 – 12 ก.พ.60 เป็นขั้นตอนของการนำกลับคืนสู่พื้นที่ โดยนำกลับคืนเข้าสู่ป่าลึกของอุทยานฯ พร้อมกับได้ติดสัญญาณคอร่า (สัญญาณดาวเทียม)ในการติดตามพฤติกรรมอาณาจักรที่อยู่อาศัย การดำรงชีวิตของหมีด้วย เพื่อเป็นประโยชน์ศึกษาทางวิชาการ”
แต่ในการที่จะขนย้ายหมีควายขนาดน้ำหนักกว่า 80 -90 กก.ไปในป่าลึกเป็นเรื่องลำบาก จึงเป็นเรื่องความเศร้าในการทำงาน แม้จะปฏิบัติตามขั้นตอนก็ตาม ได้เกิดความผิดพลาดหมีตกใจ ตกลงมาจากเฮลิคอปเตอร์จนเสียชีวิตดังกล่าว”
“หลังเกิดเหตุได้รับรายงานเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่ได้รายงานสู่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเพราะเป็นเรื่องปกติ ในการขนย้ายสัตว์ป่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น”นายวิรัช กล่าว
และกล่าวต่อไปว่า “ นอกจากหมีตัวดังกล่าวแล้ว ยังมีอีกตัวหนึ่งที่ออกจากพื้นที่ป่าอุทยานฯและวได้จับนำมาตรวจโรค –รักษา พบว่ามีพยาธิในเลือด อยู่ที่ศูนย์อนุรักษ์ช่องกล่ำบน ซึ่งจะต้องนำกลับคืนสู่ผืนป่าธรรมชาติเช่นเดิมต่อไป จะคุมขังเขาไม่ได้”นายวิรัช กล่าว

