บอนนี่ ดารุมะซูชิ คัมแบ๊ก เปิดขายออนไลน์ เหยื่อคูปองแห่ทวง จะใช้หนี้เก่าเมื่อไร
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บอนนี่ เจ้าของกิจการ ดารุมะซูชิ ซึ่งก่อนหน้าเมื่อประมาณ 1-2 ปี ที่ผ่านมา ได้เปิดร้าน ซูชิ และซาซิมิ โดยได้ทำโปรโมชัน เปิดขายเวาเชอร์ (e-Voucher) บุฟเฟต์ “แซลมอน” เหลือ 199 บาทจากราคาปกติราว 499 บาท จนคนแห่เข้าไปจองซื้อจำนวนมาก แต่สุดท้ายกลับแจ้งปิดบริการกะทันหัน จนทำให้มีผู้เสียหายไปร้องเรียนกับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เกือบ 500 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 300 ล้านบาท ทั้งจากผู้ที่ซื้อเวาเชอร์ และคนที่ลงทุนซื้อแฟรนไชส์คนละ 2.5 ล้านบาท
โดยเจ้าของกิจการนายเมธา หรือบอนนี่ ชลิงสุข อายุ 41 ปี ได้พยายามหนีออกนอกประเทศ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวบจับตัวได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ แต่ต่อมา ได้ประกันตัวออกมาสู้คดี อย่างไรก็ตาม ในที่สุด ศาลอาญาตัดสินยกฟ้อง บอนนี่ เจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่น ดารุมะซูชิ ลวงขายคูปอง -แฟรนไชส์ เสียหายหลายร้อยล้าน ชี้เป็นการบริหารที่ผิดพลาดไม่เข้าเจตนาทุจริตหลอกลวง
ล่าสุด วันที่ 31 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเมธา หรือบอนนี่ ได้เปิด เฟซบุ๊ก ชื่อ Darumaborny อีกครั้ง โดยมีข้อความว่า
สวัสดีครับลูกค้า ดารุมะซูชิ ทุกท่าน ตอนนี้ทางผม บอนนี่ได้ทำการเปิดร้าน ดารุมะซูชิ ภายใต้ แบรนด์ ดารุมะซูชิ โก จะทำในส่วนของ เดลิเวอรี่ อย่างเดียว สามารถสั่งได้ทาง 4 ช่องทาง แพลตฟอร์ม 1 Lineman 2 Grab 3 Panda 4 Shopee
หากลูกค้าท่านใดสนใจสามารถสั่งได้ตามแพลตฟอร์ม ได้เลยนะครับ รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่าย ผมจะนำมาชดใช้ค่าเสียหายคูปองที่ผู้เสียหายได้แจ้งความไว้ทั้งหมดตามรายชื่อที่แจ้งไว้ที่เป็นคดีอาญา ทั้งหมดนะครับ ขอบคุณทุกท่านที่ให้โอกาสครับ
หลังจาก นายเมธา หรือ บอนนี่ ได้โพสต์ ข้อความออกไปปรากฏว่า มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่ค่อนข้างไม่พอใจ และทวงถาม ถึงสิ่งเงินที่ซื้อเวาเชอร์ แต่ยังไม่ได้รับการชดใช้ หรือ บางคนถามว่า เวาเชอร์ ที่ยังเก็บไว้ เอาไปใช้ได้หรือไม่
หรือ บางคนก็บอกให้นายเมธา ชดใช้ค่าเสียหายให้กับคนที่เคยซื้อเวาเชอร์ แต่ยังไม่ได้ใช้ก่อนหน้านี้ เช่น รายนี้ ที่บอกว่า “ขอเสนอความคิดเห็นนะครับ เรื่องนี้จริงๆในส่วนที่ต้องชดใช้คืน สำหรับผมมองว่าถ้าจะคืนแค่เฉพาะคนแจ้งความไว้ มันค่อนข้างไม่ยุติธรรมครับ ในเมื่อคุณกลับมาทำธุรกิจต่อ คุณควรจะตรวจสอบระบบข้อมูลเดิมของคนที่ซื้อไปแล้ว ในตอนดารุมะเดิม เพื่อคืนตามชื่อในระบบที่ซื้อไปนะครับ การแจ้งความสำคัญก็จริงครับ แต่มันก็มีบางท่านที่ทำเรื่องแจ้งความไม่ได้ อย่าเอาการกระทำครั้งนั้นของตัวเองมาเป็นข้อในการแก่ต่าง ทุกคนมีสิทธิได้เงินส่วนนั้นคืนเพราะมันคือความเสียหายของผู้บริโภค อย่าเอาช่องกฏหมายว่าใครแจ้งถึงจะได้ไม่แจ้งก็เสียสิทธิไป เพื่อเอามาลดค่าเสียหายที่ต้องจ่ายตามจำนวนจริงเลยครับ ทุกๆคนที่คุณโกงเขา มีสิทธิได้เงินคืนทั้งหมดครับ ไม่มีข้อแม้อะไรทั้งนั้น”
อย่างไรก็ตาม นายเมธา ยังเงียบ ไม่ออกมาตอบคำถามใดๆกับเรื่องนี้

