จบแล้ว! ชาวกรุง 78% เคาะชื่อเดิม ‘ถ.สุทธิสารวินิจฉัย’ หลังเรื่องวุ่นถึงศาลปกครอง
จากกรณีที่ นายกฤษฎา อินทามระ อาชีพทนายความ ในฐานะทายาทสกุลอินทามระ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องกรุงเทพมหานคร (กทม.) และพวก ต่อศาลปกครองกลาง ข้อหาละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนด ในการดำเนินการเปลี่ยนชื่อถนนอินทามระ มาเป็นถนนสุทธิสารวินิจฉัยทั้งเส้น ตั้งแต่ปี 2547 ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงตามประวัติทะเบียนถนน พ.ศ.2503 อีกทั้ง กทม.ไม่เคยรวบรวมข้อมูลเรื่องนี้เพื่อสอบถามความคิดเห็นของประชาชน จนกระทั่งเมื่อวันที่ 20 ก.ค.2560 ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษากลับคำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น ให้ กทม.และพวกพิจารณาดำเนินการในเรื่องการเปลี่ยนแปลงชื่อถนนและซอยบริเวณถนนสุทธิสารวินิจฉัย และซอยอินทามระ ทั้ง 59 ซอย ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและหลักเกณฑ์ของกฎหมายต่อไป ภายใน 180 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด
เมื่อวันที่ 2 กันยายน นางละไม อัศวเลิศศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานปกครองและทะเบียน กรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินการตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด กรณีเปลี่ยนชื่อถนนสุทธิสารวินิจฉัย เป็นถนนอินทามระทั้งหมดว่า คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในคดีหมายเลขดำที่ อ.1291/2555 และคดีหมายเลขแดงที่ อ.430/2560 เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ตามกฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ (อุทธรณ์คำพิพากษา) ได้พิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้า ประกอบด้วย กทม., ผู้ว่าฯกทม., ปลัด กทม., ผอ.เขตพญาไท และ ผอ.เขตดินแดง ดำเนินการในเรื่องการกำหนดและเปลี่ยนแปลงชื่อถนนและซอย บริเวณถนนสุทธิสารวินิจฉัยและซอยอินทามระทั้ง 59 ซอย ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและหลักเกณฑ์ของกฎหมาย
นางละไมกล่าวว่า กทม.ได้ดำเนินการตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด โดยมีหนังสือถึงสำนักบังคับคดีปกครอง สำนักงานศาลปกครอง เพื่อหารือแนวทางการดำเนินการตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ซึ่งได้ข้อสรุปว่า เมื่อศาลกำหนดคำบังคับให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าพิจารณากำหนดและเปลี่ยนแปลงชื่อถนนและซอยบนถนนสุทธิสารวินิจฉัยและซอยอินทามระทั้ง 59 ซอย ดังกล่าว ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (กทม.) จึงดำเนินการตามระเบียบและขั้นตอนตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติ เพื่อให้ได้ผลพิจารณา หรือดำเนินการต่อไป ซึ่งเป็นการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ศาลไม่อาจก้าวล่วงได้
ทั้งนี้ คณะกรรมการกลางตั้งชื่อถนน ตรอก ซอย ฯลฯ ได้มีคำสั่งที่ 1/2560 ลงวันที่ 3 สิงหาคม 2560 ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการดำเนินการตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด เพื่อดำเนินการสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนและหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ในพื้นที่เขตพญาไทและเขตดินแดง ซึ่งการสำรวจความคิดเห็นดังกล่าวเพื่อให้เป็นไปตามข้อ 15 (1) แห่งระเบียบสำนักทะเบียนกลางว่าด้วยการจัดทำทะเบียนราษฎร พ.ศ.2535
โดยผลการสำรวจของสำนักงานเขตพญาไทและสำนักงานเขตดินแดง เกี่ยวกับการกำหนดชื่อถนนที่ต่อเนื่องกัน คือ ถนนสุทธิสารวินิจฉัยกับถนนอินทามระ สรุปว่า ประชาชนร้อยละ 78.03 มีความประสงค์ใช้ชื่อถนนสุทธิสารวินิจฉัย และร้อยละ 18.63 ใช้ชื่อถนนอินทามระ ซึ่ง กทม.ได้รายงานผลการดำเนินการตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดให้สำนักบังคับคดีปกครอง สำนักงานศาลปกครองทราบ ตามหนังสือกรุงเทพมหานคร ด่วนที่สุด ที่ กท 0405/177 ลงวันที่ 15 มกราคม 2561 แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2503 พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อธิบดีกรมตำรวจในขณะนั้น ได้อนุญาตให้ตั้งชื่อถนนตัดใหม่ คือ ถนนสุทธิสาร ช่วงแยกสะพานควาย ในที่ดินจัดสรรข้างสถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ โดยให้แบ่งเป็นสองตอน คือ ที่ดินตอนหน้าของ ‘ศาสตราจารย์พิเศษ มารุต บุนนาค’ บุตรของพระสุทธิสารวินิจฉัย (มะลิ บุนนาค) ให้ตั้งชื่อว่า ถนนสุทธิสารวินิจฉัย มีระยะจากถนนพหลโยธิน จากแยกสะพานควาย เข้าไป 500 เมตร ส่วนที่ดินตอนหลังของ ‘พล.ต.ท.โต๊ะ อินทามระ’ อดีตหัวหน้ากองคลัง กรมตำรวจ เพื่อเป็นเกียรติแด่ผู้พัฒนาที่ดินให้เป็นโครงการจัดสรรของกรมตำรวจ ย่านสุทธิสาร จากแยกสุทธิสาร-ถนนวิภาวดีรังสิต จนประสบความสำเร็จ อีกทั้งนามสกุลอินทามระ ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงให้ตั้งชื่อว่า ถนนอินทามระ นับแต่นั้นเป็นต้นมา
จากนั้นในปี 2547 กทม.เข้ามาทำการปรับปรุงระบบเรียกชื่อถนน ตรอก ซอย เพื่อให้เป็นมาตรฐานสากลเหมือนกันทั้ง 50 เขต พบว่าถนนสายดังกล่าวมีเพียงป้ายชื่อถนนสุทธิสารวินิจฉัย ไม่มีป้ายชื่อถนนอินทามระ แต่มีซอยอินทามระ 1 ถึงซอยอินทามระ 59 และประชาชนส่วนใหญ่มักคุ้นกับชื่อถนนสุทธิสารวินิจฉัยมานาน หากเปลี่ยนแปลงชื่อถนนเป็นอินทามระ จะมีผลกระทบต่อประชาชน
อีกทั้งต้องตั้งชื่อถนนสายเดียวกันเป็นสองชื่อซึ่งไม่ถูกต้องตามหลักสากล ดังนั้นจึงกำหนดชื่อถนนทั้งสาย ตั้งแต่แยกสะพานควาย ถึงซอยลาดพร้าว 64 เป็นชื่อถนนสุทธิสารวินิจฉัยทั้งหมด โดยคงไว้แต่ชื่อซอยอินทามระ ทำให้ นายกฤษฎา อินทามระ ผู้เป็นทายาท เกรงว่าชื่อวงศ์ตระกูลจะถูกลบออกจากข้อเท็จจริงตามประวัติความเป็นมาของทะเบียนประวัติถนน จึงดำเนินการฟ้องร้องขอให้ กทม.กำหนดชื่อถนนให้ถูกต้องอย่างที่ควรเป็น



