‘กัน จอมพลัง’ พาแม่และเด็ก 6 ขวบ แจ้งความ หลังถูกครูต่างชาติ ตบบ้องหู เจ็บสาหัส ครูเสนอเยียวยา 5,000 บาท ให้จบเรื่อง
เมื่อวันที่ 2 กันนายน นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือกัน จอมพลัง พาแม่และลูกวัย 6 ขวบ เข้าเเจ้งความกับ พ.ต.ท. วิศรุช หยกนิธิภัทร สว.(สอบสวน) สน.พญาไท หลังลูกถูกครูต่างชาติใช้มือตบบ้องหูเลือดออกจนอักเสบ พอถามไปทางโรงเรียนไม่ได้รับการช่วยเหลือ เยียวยาแต่อย่างใด ซ้ำครูบอกขอจ่ายเพื่อให้เรื่องจบ
นางเอ (นามสมุติ) อายุ 50 ปี มารดาเปิดเผยว่า ครอบครัวย้ายมาจากจังหวัดสระบุรีมาอาศัยอยู่กทม.ได้ประมาณ 3 เดือน จึงส่งลูกเรียนโรงเรียนรัฐบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่สน. พญาไท เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมาลูกเล่าให้ฟังว่า ขณะกำลังเรียนวิชาภาษาอังกฤษกับครูต่างชาติคนดังกล่าว ลูกไม่ค่อยเข้าใจที่ครูพูดและมีทำข้อสอบเป็นภาษาอังกฤษ
ซึ่งลูกมีการดูช้อยข้อสอบ ทำให้ครูไม่พอใจเป็นอย่างมาก จึงตบที่บ้องหูซ้ายไปครั้งหนึ่ง หลังกลับมาจากโรงเรียนลูกบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและปวดหูมากๆ ซึ่งคิดว่าไม่ได้หนักหนามากจึงจะให้ลูกไปเรียนตามปกติ


นางเอ กล่าวอีกว่า ลูกไม่ยอมไปเรียนมีอาการหวาดกลัวอย่างรุนแรงจึงติดต่อไปที่ครูคนดังกล่าว ทางครูมีการเสนอเงิน 5,000 บาท แลกกับการจบเรื่อง แต่ตนไม่ยอม อีกฝ่ายจึงเสนอเพิ่มเป็น 10,000 บาท แต่ก็ยังไม่รับเพราะว่าสิ่งที่ครูทำไปต้องรับรับผิดชอบ
ทางแพทย์วินิจฉัยว่าหูชั้นนอกอักเสบเฉียบพลัน ปัจจุบันลูกเหมือนมีอาการหูอื้อหูแว่วและปวดตลอดเวลา ตอนนี้กินยาและหยอดยาตามที่แพทย์จัดมาให้
นางเอ กล่าวอีกว่า ขอยืนยันว่าลูกไม่เคยมีปัญหากับครูคนดังกล่าว เมื่อติดตามทางโรงเรียนทราบว่าครูมีการสอนอยู่ปกติ ทางโรงเรียนบอกว่ารอให้หมดสัญญาในเทอมนี้ถึงจะยกเลิกสัญญาได้
ผู้ปกครอง กล่าวว่า ส่วนตัวคาดว่าอาจจะมีเด็กคนอื่นที่ถูกทำร้ายร่างกายเช่นเดียวกันเนื่องจากเคยสอบถามเด็กคนอื่นพบว่าโดนเช่นกัน ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดหากปล่อยเรื่องเงียบคาดว่าจะเกิดเรื่องดังกล่าวกับเด็กคนอื่นอีก
นายกัณฐัศว์ กล่าวว่า เบื้องต้นการประสาน พ.ต.อ.วัชรวีร์ ธรรมเสมา ผกก.สน.พญาไท ให้ประสานในการรับเรื่องโดยทางเด็กผู้เสียหายนั้นจะมีการสอบสวนร่วมกับสหวิชาชีพวันที่ 3 กันยายน

ทั้งนี้ อยากถามว่าครูต่างชาติดังกล่าวเคารพกฎหมายไทยหรือไม่ หากทำเช่นนี้ไปคิดว่าเด็กจะเรียนดีขึ้นจริงหรือ และอยากให้เป็นเคสตัวอย่างให้กับครูหลายหลายคน
พ.ต.อ.วัชรวีร์ กล่าวว่าหลังจากนี้จะทำหนังสือถึงทางต้นสังกัดของครูผู้ก่อเหตุโดยจะเรียกตัวมาเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และต้องรอการพิสูจน์ผลจากทางแพทย์ว่าผู้เสียหายได้รับความบาดเจ็บสาหัสเพียงใดจะมีการทำหนังสือไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) เพื่อตรวจสอบใบอนุญาตในการทำงานต่อไป ขอให้ครอบครัว ผู้เสียหายมั่นใจได้ว่าทาง สน.พญาไท จะเหมือนกันให้ความเป็นธรรมอย่างเต็มที่

