พระเณร 300 รูปขอบิณฑบาต ม.44 ประตู 7 ดีเอสไอแจงไม่เคยห้ามปฏิบัติกิจสงฆ์ ขอจำวัดได้เฉพาะพระ’ธรรมกาย’

26.02.17 | 13:24 น.

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่ประตู 7 วัดพระธรรมกาย มีพระเณรทั่วประเทศประมาณ 300 รูป เดินทางมาที่ประตู 7 เพื่อแสดงจุดยืน มีพระตัวแทนจากวัดมาต้อนรับ โดยกล่าวถึงที่มาที่ไปของการรวมตัววันนี้ว่า หลังเกิดเหตุชายผูกคอตาย ถือเป็นการย่ำยีพระพุทธศาสนาเกินที่จะทนรับได้จึงมาแสดงพลัง โดยกล่าวว่าทรัพย์ที่เป็นอาคาร ที่ดินนั้น เมื่อพระธัมมชโยมรณภาพแล้วก็เอาไปไม่ได้ ต้องตกเป็นของแผ่นดิน วัดพระธรรมกายทำหน้าที่สืบสานเผยแผ่พุทธศาสนามานาน ช่วยเหลือวัดที่เดือดร้อนทาง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลับกลายเป็นว่าจะกลายเป็นภัยต่อพุทธศาสนาไปเสียแล้ว อย่างนี้มีที่ไหน จากนั้นมีการอ่านหนังสือขอความอนุเคราะห์ ขอบิณฑบาตมาตรา 44 ว่าเนื่องด้วยได้ติดตามข่าวสารผ่านสื่อต่างๆ ที่ทางหมายเรียกครั้งที่ 1 วัดพระธรรมกายเกี่ยวเนื่องคดีสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จนมีหมายจับ แต่เข้าค้นแล้วก็ไม่พบ กระทั่งมีตำรวจมากมาย เข้าค้น จึงเป็นห่วงต่อสวัสดิการเหล่าพระศิษย์ และห่วงภาพลักษณ์ ขอให้นายกรัฐมนตรีหาทางออกอย่างสันติวิธี เพื่อประคับประคองจิตใจอันบอบช้ำให้ลูกหลานชาวไทย เพื่อจดบันทึกประวัติศาสตร์การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ จากนั้นสวดมนต์

ต่อมาเจ้าหน้าที่ของดีเอสไอคนหนึ่งออกมารับหนังสือและใช้ไมโครโฟนชี้แจงว่าทางการไม่เคยห้ามการปฏิบัติกิจของสงฆ์ ยังคงให้ออกบิณฑบาต เพียงแต่เป็นข้อตกลงว่าจะจำวัดได้เฉพาะเป็นพระลูกวัดของที่นี่เท่านั้น หากไม่ใช่ก็ไม่ให้เข้า และหากประสงค์จะไปจำวัดที่อื่นทางการมีรถจัดรับส่งให้ และพยายามจะชี้แจงว่าแค่ให้พระธัมมชโยมอบตัวเท่านั้นทุกอย่างก็จะจบลง จากนั้นทางพระเริ่มนั่งลงกับพื้นและสวดชยันโต แล้วฝ่ายตำรวจที่รักษาการก็นั่งลงกับพื้นด้วยเช่นกัน จากนั้นพระขอฉันทามติ โดยยืนยันจะอยู่ตรงนี้จนกว่าจะได้เข้าไปภายในวัด ท่ามกลางอากาศร้อน

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ทหารได้นิมนต์พระทั้งหมดไปฉันเพล แล้วตัวแทนของวัดพระธรรมกายซึ่งเป็นฆราวาสได้เปิดเผยว่า จะมีกฎหมายล้วงย่ามพระ ต้องทำให้คณะสงฆ์อ่อนแอ มีการท่องกันว่า “ทำลายธรรมกาย พิฆาตมหาเถร” เพื่อให้คณะสงฆ์อ่อนแอ แล้วออกกฎหมายล้วงย่ามพระ ส่วนประเด็นความผิดต่างๆ นั้นเปรียบเหมือนว่า หากประธานบริษัททำผิดก็จับประธานบริษัท ไม่ใช่มาล้มบริษัท อย่างความผิดของพระธัมมชโย ก็จับพระธัมมชโย ไม่ใช่มายึดว่ามาปิดวัด มาล้อมวัดอย่างนี้ ในตอนนี้เราต้องการแค่สิทธิพื้นฐานของบุคคลเท่านั้น