รองโฆษกตร.ระวังมือที่ 3 ป่วน’ธรรมกาย’ ย้ำอดทนอดกลั้นไม่กระทบกระทั่ง ด้านวัดแถลงปัดรู้เห็นชายผูกคอตาย

26.02.17 | 13:44 น.

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 1 (บก.ตชด.ภ.1) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ ผกก.ตม.จังหวัดพระนครศรีอยุธยา รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวถึงการเสียชีวิตของนายอนวัช ธนเจริญณัฐ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 42/724 ซอยนิมิตใหม่ 40 แขวงสามวาตะวันออก เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ว่าหลังจากเกิดเหตุส่งศพผู้เสียชีวิตไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ สอบปากคำญาติและภรรยา หลังจากนี้จะต้องรอผลการชันสูตรจากสถาบันนิติเวช เพราะถือเป็นการตายที่ผิดธรรมชาติ ส่วนการที่นายอนวัชปีนขึ้นไปอยู่บนเสาส่งสัญญาณได้อย่างไรนั้น จะต้องรอผลการสอบสวนอีกครั้ง ทั้งนี้ เบื้องต้นทราบชื่อผู้ตายแล้วและทราบว่าผู้ตายเป็นคนที่มารับผลไม้จากตลาดแถวนี้ไปขาย ส่วนผู้ตายจะเป็นศิษยานุศิษย์วัดพระธรรมกายหรือไม่ ยังไม่ทราบ เพราะต้องรอผลการตรวจสอบเช่นกัน

“ส่วนจะมีมาตรการเพิ่มหรือไม่ จะต้องมีการหารือประชุมร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทางตำรวจเป็นผู้ปฏิบัติต้องรอรับฟังคำสั่งจากดีเอสไอ โดยการประเมินสถานการณ์ในแต่ละวัน ส่วนที่มีการมองว่าผ่านไป 10 วัน การใช้มาตรา 44 ล้มเหลวหรือไม่นั้น มองว่าเป็นเรื่องปกติ และในส่วนควบคุมฝูงชนตำรวจมีประสบการณ์มาในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ก็ได้ปฏิบัติการตามขั้นตอนของกฎการใช้กำลังอยู่แล้ว ซึ่งเริ่มจากเบาไปหาหนัก ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตรึงกำลังวันละกว่า 3,000 นาย และสับเปลี่ยนกำลังตามวงรอบ ซึ่งเข้าสู่อาทิตย์ที่สองก็จะต้องป้องกันและเฝ้าในเรื่องมือที่ 3 อย่างเต็มที่ และที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ใช้ความอดทนอดกลั้นมาตลอด แต่ไม่สามารถโต้ตอบได้ เนื่องจากไม่ต้องการให้กระทบกระทั่งกัน” พ.ต.อ.กฤษณะกล่าว

4.
ส่วนที่ประตู 5 พระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย แถลงว่า แสดงความเสียใจกับการเสียชีวิตของนายอนวัช ธนเจริญณัฐ ยืนยันว่าวัดไม่ได้มีส่วนรู้เห็นและไม่ใช่วิธีการของวัดพระธรรมกายอย่างแน่นอน ซึ่งก่อนเกิดเหตุทางพระสงฆ์ของวัดก็ได้พยายามเกลี้ยกล่อมนายอนวัชแต่ก็ไม่เป็นผล อย่างไรก็ตามวัดขอสรรเสริญจิตใจที่เด็ดเดี่ยว ยึดมั่นในความถูกต้อง ความยุติธรรม ทนไม่ได้เมื่อเห็นพระพุทธศาสนาถูกย่ำยี

“ส่วนกรณีที่ทางดีเอสไอบอกว่าการดำเนินเข้าตรวจค้นวัด 2 วันแรก คล้ายกับการไปทัวร์นั้น วัดยืนยันว่าให้ความสำคัญและจริงจังในทุกขั้นตอน และเมื่อดูงบประมาณที่เจ้าหน้าที่ใช้ไปตลอด 10 วันที่ผ่านมา ร่วม 50 ล้านบาท จึงทำให้ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่ไม่จริงใจในการแก้ปัญหา รวมถึงที่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษกล่าวอ้างมาตลอดว่าห่วงมือที่สามจะเข้ามาสร้างสถานการณ์นั้น ขณะนี้ญาติโยม ศิษยานุศิษย์กลับรู้สึกกลัวเจ้าหน้าที่ดีเอสไอมากกว่า สุดท้ายฝากบอกไปยังนายกรัฐมนตรีที่กล่าวว่า หากพระธัมมชโยเข้ามอบตัว จะเข้ามาบริหารจัดการวัดพร้อมกับยกเลิกมาตรา 44 โดยในส่วนตรงนี้ขอให้เป็นหน้าที่ของพระสงฆ์ดีกว่า นายกรัฐมนตรีควรมีหน้าที่บริหารประเทศ” พระสนิทวงศ์กล่าว