ลูกหนี้กลุ่มนักธุรกิจเชื่อโดนธนาคารดังโกง-ครูโดนหักหนี้สหกรณ์ 100% ร้องสภาทนายฯ ช่วย

4.09.24 | 16:39 น.

ลูกหนี้กลุ่มนักธุรกิจเชื่อโดนธนาคารดังโกง ปลอมเอกสาร ยื้อเวลาไม่ส่งข้อมูล เพื่อชนะคดี รวมทั้งตัวแทนครูที่เดือดร้อนโดนหักเงินเดือน100% ใช้หนี้สหกรณ์ จนไม่มีเงินใช้จ่าย ร้องสภาทนายฯ ช่วย


 

เมื่อวันที่ 4 กันยายน ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนพหลโยธิน นายวิเชียร ชุปไธสง นายกสภาทนายความ พร้อมนายสุชาติ ชมกุล อุปนายกฝ่ายกิจการพิเศษ นายวรกร ไหลหรั่ง อนุกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ สภาทนายความฯ ร่วมแถลงข่าวรับเรื่องร้องทุกข์จากชื่อที่ได้รับความเดือดร้อนจากพนักงานของธนาคารและธนาคารชื่อดัง

Advertisement

นายณัฏฐ์สรชัช ธนาชัยจิตรรวี ตัวแทนผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เรื่องผู้เสียหายซึ่งเป็นลูกค้าและประชาชนที่ได้รับที่ได้รับผลกระทบจากพนักงานและธนาคารแห่งหนึ่ง ขออนุญาตพูดเป็น สี แทน คือสีเขียว โดยพนักงานและธนาคารร่วมกันกระทําการปลอมแปลงเอกสาร ใช้เอกสารปลอม ขึ้นมานำเสนอให้พวกเราผู้เสียหายเชื่อใจแล้วถูกหลอกลวงจนเสียหายหลายล้านบาท มีการปกปิดข้อมูล ปลอมเอกสาร ดึงเวลาในการให้หลักฐานแก่พนักงานสอบสวน อัยการ ทั้งนี้ มีลูกค้าและประชาชนได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างทั่วประเทศ บางคนก็สูญเสียธุรกิจหมดตัว บางคนก็สูญเสียครอบครัว จากความเครียดมีคนคิดสั้น บางคนโดนฟ้องร้องดำเนินคดี ยึดทรัพย์ ล้มละลาย

ดังนั้นพวกเราที่ทราบข่าวกันและกันผ่านทางสื่อออนไลน์ว่าพบพฤติการณ์คล้ายๆ กันจากพนักงานและธนาคารดังกล่าว จึงมีการรวมตัวกันไปร้องเรียนที่ธนาคารแห่งประเทศไทย โดยผู้เสียหายแต่ละคนเคยเข้าไปร้องแล้วแต่ไปแบบส่วนบุคคลไม่ได้รวมตัวกันเรื่องจึงไม่มีความคืบหน้า ไม่มีความชัดเจน ไม่ได้รับความเป็นธรรม จากธนาคารแห่งประเทศไทย จึงต้องมาขอให้ทางสภาทนายความช่วยเหลือฯ

อย่างไรก็ตาม มีตัวแทนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากสหกรณ์ครูและธนาคารถึงการดำเนินงานที่ไม่เป็นธรรมถูกหักเงินเดือน 100% เปอร์เซ็นต์จากที่ควรหักแค่ 70% และเหลือให้ผู้กู้ยืม 30% โดยมีหลักฐานว่าได้แจ้งไปแล้วว่า คนที่กู้ยืมไม่ยอมให้หักทั้งหมดจากเงินเดือน เนื่องจากผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้แก่เจ้าหนี้รายอื่นได้ ทำให้ถูกเจ้าหนี้รายอื่นมาฟ้องเพราะไม่ได้ชำระหนี้ เคยมีการส่งเรื่องไปหาหลายหน่วยงานแล้วแต่ไม่ได้รับความช่วยเหลือ ยิ่งล่าสุดที่มีคำสั่งศาลปกครองออกมา ให้ใช้ พ.ร.บ. สหกรณ์มาตรา 42/1 ที่สามารถจะหักเงินเดือนเราได้ 100% ขอถามว่าทางด้านมนุษยธรรมสามารถทำได้หรือไม่ ครูทั่วประเทศเดือดร้อนมาก และทางสหกรณ์เป็นรัฐอิสระ ไม่มีหน่วยงานใดมาออกคำสั่งได้ แม้แต่กรรมการแก้หนี้จากรัฐบาล

ด้านนายวิเชียร นายกสภาทนาย กล่าวว่า หลังจากนี้จะขอถามรายละเอียดให้ครบถ้วนอย่างรอบคอบ รอบด้าน เพื่อนำมาประมวลว่าจะหาทางช่วยผู้ที่เดือดร้อน ผู้ที่มาร้องเรียนได้ตรงไหนอย่างไรบ้าง เพราะบางกรณีขึ้นสู่ศาลแล้ว คดีถึงที่สุดแล้ว มีการยึดทรัพย์แล้ว ก็ต้องเข้าไปดูว่ามีช่องทางในการเพิกถอนการบังคับคดีหรือไม่ หรือเพิกถอนการขายทอดตลาด รวมทั้งมีโอกาสในการที่จะขอพิจารณาคดีใหม่ด้วยหรือไม่ ซึ่งต้องดูหลายๆ อย่างประกอบ ส่วนเมื่อข้อเท็จจริงแล้วจะเข้าฐานความผิดใดนั้น ก็มีกฎหมายรองรับอยู่ หากหลอกลวงก็เข้าข่ายฉ้อโกง การปลอมเอกสารก็มีฐานความผิดอยู่ ทั้งนี้ ทุกอย่างมีกรอบกำหนดระยะเวลาอยู่และเวลาแตกต่างกัน ดังนั้นเมื่อได้ข้อสรุปทั้งหมดจะทำให้ทราบว่าเรื่องใดควรฟ้องในระเวลากี่ปี กี่เดือน

อย่างไรก็ตาม ศูนย์ไกล่เกลี่ยภาครัฐกับภาคประชาชนมีอํานาจในการที่จะไกล่เกลี่ย แต่ตัวคู่กรณีต้องพร้อมที่จะเข้าทําการไกล่เกลี่ยถ้าเราเสนอฝ่ายเดียว เขาไม่มาก็ไกล่เกลี่ยไม่ได้ กรณีที่มีการบังคับคดีแล้วในชั้นบังคับคดี สามารถทําการไกล่เกลี่ยได้ซึ่งกรมบังคับคดีก็ได้ดําเนินการในส่วนนั้นอยู่ แต่ขึ้นอยู่กับคู่กรณีด้วย

ส่วนตัวมองว่าปัญหาเรื่องหนี้ไม่ว่าจะเป็นหนี้ของพี่น้องเกษตรกรก็ดี ปัญหาเรื่องหนี้ของครูก็ดี มันเป็นเรื่องระดับชาติ ภาครัฐควรลงมาแก้ไขอย่างจริงจัง

สำหรับการแก้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ทางสภาทนายความพยายามที่จะเสนอให้มีการแก้ไขกฎหมาย การบังคับใช้กับประชาชนหรือกับข้าราชการมาโดยตลอด อย่างไรก็ตามขอให้ทางผู้เสียหายเสนอจุดที่ต้องการแก้ไข ตนจะตั้งคณะทํางานขึ้นมาเพื่อทําการศึกษา พ.ร.บ.สหกรณ์ และเชิญผู้รู้ให้ข้อมูล เพื่อที่จะนําไปซึ่งการเสนอแก้ไขกฎหมายโดยเสนอผ่านทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือขอเสนอแก้ไขภาคประชาชน โดยมีการระดมประชาชนร่วมลงชื่อร่วมกัน 10,000 คน จากนั้นให้เข้าพิจารณาตามลำดับต่อไป