เหนืออ่วมอีก อิทธิพล โซนร้อนยางิ เหนี่ยวนำความชื้น ทำ เชียงใหม่ เชียงราย ฝนเพิ่ม
วันที่ 4 กันยายน นายรอยล จิตรดอน ที่ปรึกษา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ(สสน.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม(อว.) ให้สัมภาษณ์ มติชนออนไลน์ ว่า ฝนที่ตกในหลายพื้นที่ของประเทศไทยเวลานี้ เป็นฝนที่เกิดจากร่องมรสุม ซึ่งร่องมรสุมดังกล่าวนี้ เข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลาประมาณ 3 สัปดาห์แล้ว สำหรับ พายุ โซนร้อนกำลังแรง ยางิ บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนที่ ทวีกำลังขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่นนนั้น จะเคลื่อนที่เข้า สปป.ลาวในวันที่ 6 กันยายน ไม่ได้เข้าประเทศไทย แต่ก็มีการเหนี่ยวนำความชื้นเข้ามามีผลทำให้เกิดฝนตกในพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยมากขึ้น โดยเฉพาะ จ.เชียงราย และเชียงใหม่
“ปรากฏการ การเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ ทำให้การคำนวณเรื่องปรากฏการณ์ฝนตก และคำนวณพายุยากขึ้น คือ มีความไม่แน่นอน ปีที่แล้ว ประเทศไทยไม่มีพายุเข้าเลยแม้แต่ลูกเดียว แต่มีฝนตกหนักจากอิทธิพลของร่องมรสุม ในเดือนกันยายน ซึ่งในปีนี้ก็เช่นเดียวกัน ฝนที่ตกอยู่เวลานี้ คือ ฝนจากร่องมรสุม ส่วนพายุนั้น เรายังไม่สามารถมองเห็นได้ สาเหตุจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ เราเห็นแต่พายุ วนรอบประเทศไทย แต่ไม่เข้ามา และมีการปะทะ ระหว่างมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ กับตะวันออกเฉียงเหนือ อีกประการคือ เราเพิ่งตรวจพบว่า ลมจากขั้วโลกใต้แรงกว่าปกติมากๆ ทำให้มรสุม ข้ามเส้นสูญสูตรมาเลย เมื่อมาก็ปะทะกับลมที่ทะเลจีนใต้ รู้หรือไม่ว่า ปรากฏการณ์ลานีญา ที่เราพูดกันนั้น เพิ่งจะเริ่มขึ้นมาไม่กี่วันนี้เอง ปัจจัยฝน ไม่ได้มาจากลานีญา แต่เกิดจากที่อธิบายมาข้างต้น”นายรอยล กล่าว
เมื่อถามว่า พายุที่หมุนอยู่รอบๆประเทศไทย เวลานี้นั้น มีโอกาสที่จะเข้ามาในประเทศไทยหรือไม่ นายรอยล กล่าวว่า ยังไม่สามารถระบุได้ เพราะเหตุผลเรื่องความแปรปรวนที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศนั้น ยังทำให้เกิด พีเอ็ม2.5 พุ่งขึ้นด้วย รงมทั้งบางพื้นที่แม้จะมีฝนตก แต่อุณหภูมิก็สูงเกิน 40 องศาเซลเซียส

