สทนช.จับตาพายุ ‘ยางิ’ หวั่นอุทกภัยซ้ำที่เดิม นัดถก จว.ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ระบายน้ำ 2,000 ลบ.ม.

5.09.24 | 06:00 น.

สทนช.จับตาพายุ ‘ยางิ’ หวั่นเกิดอุทกภัยซ้ำที่เดิม นัดถก จว.ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เตรียมระบายน้ำเป็น 2,000 ลบ.ม. ‘ภูมิธรรม’แจงปมแก่งเสือเต้น

เมื่อวันที่ 4 กันยายน นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามและประเมินสถานการณ์น้ำประจำสัปดาห์ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า เดือนนี้หลายพื้นที่มีแนวโน้มมีปริมาณฝนมากกว่าค่าปกติ ขณะนี้ได้เฝ้าระวังพายุไต้ฝุ่นยางิ กำลังเคลื่อนตัวมาจากฟิลิปปินส์ กรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) ประเมินทิศทางของพายุว่าจะเคลื่อนตัวมาทางตะวันตกเฉียงเหนือ ผ่านเกาะไหหลำ ประเทศจีน คาดว่าจะเคลื่อนที่ขึ้นฝั่งทางตอนเหนือของเวียดนามวันที่ 6-7 กันยายนนี้ มีการติดตามประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แม้กรณีพายุไม่ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย แต่อาจมีอิทธิพลส่งผลให้ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้มีกำลังแรงขึ้น ประกอบกับวันนี้มีร่องมรสุมพาดผ่านตอนกลางของประเทศ จึงคาดว่าช่วง 7 วันข้างหน้านี้ จะมีฝนตกหนักเพิ่มขึ้นหลายพื้นที่ในภาคเหนือ โดยเฉพาะบริเวณที่ประสบอุทกภัยช่วงที่ผ่านมา ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก โดยเฉพาะบริเวณ จ.ตราดและจันทบุรี และภาคใต้ฝั่งทะเลอันดามัน เตรียมพื้นที่รองรับน้ำในเขื่อนต่างๆ เพื่อรับมือสถานการณ์ฝนไว้แล้ว รวมถึงจะใช้พื้นที่หน่วงน้ำ เช่น ทุ่งบางระกำ บึงบอระเพ็ด เพื่อใช้หน่วงปริมาณน้ำก่อนไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา

นายสุรสีห์ กล่าวว่า ปัจจุบันเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตราประมาณ 1,500 ลบ.ม.ต่อวินาที แต่จากปริมาณฝน คาดว่าจะตกหนักระยะนี้ อาจทำให้ในช่วงวันที่ 9-10 ก.ย.2567 ต้องระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอยู่ในอัตราประมาณ 2,000 ลบ.ม.ต่อวินาที คาดว่าจะส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมเพิ่มในบริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำ พื้นที่นอกคันกั้นน้ำของ จ.ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนนทบุรี

“เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ สทนช.จะประชุมหน่วยบริหารจัดการน้ำร่วมกับหน่วยงานด้านน้ำและทุกจังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยา พร้อมทั้งลงพื้นที่สำรวจจุดเสี่ยงน้ำหลาก ณ จ.พระนครศรีอยุธยา ในวันที่ 5 ก.ย.2567 อีกทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้คำแนะนำประชาชน รวมถึงจะพิจารณาจัดตั้งศูนย์พักพิงและเตรียมถุงยังชีพ เพื่อเป็นการดูแลและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน สำหรับการเตรียมพร้อมของกรุงเทพมหานคร ได้พร่องน้ำในคลองต่างๆ เตรียมพร้อมเครื่องสูบน้ำ ระบบสูบน้ำ และเตรียมความพร้อมระบบระบายน้ำ ในส่วนการขุดลอกคลอง ได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 98%” นายสุรสีห์กล่าว

ที่ศูนย์สิริกิติ์ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดสร้างแก่งเสือเต้น เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยจากลุ่มน้ำยมว่า ความคิดเห็นแตกต่างกันมานานนับ 10 ปี ที่ผ่านมาน้ำเหนือหลากมา แม่น้ำปิง แม่น้ำวัง ไม่มีปัญหา เพราะมีเขื่อนภูมิพลรองรับ ขณะที่เชียงรายไหลลงแม่น้ำโขง ก็ไม่น่าเป็นปัญหา เช่นเดียวกับแม่น้ำน่าน ส่วนหนึ่งไหลลงแม่น้ำโขง เหลือแต่ลุ่มน้ำยมไม่มีแหล่งรองรับ น้ำจะหลากลงมา เห็นได้จากเวลาฝนตกทุกปีน้ำยมจะหนักสุด ท่วมแพร่ พะเยา ลงมาสุโขทัย รับน้ำตั้งแต่โบราณ มีลักษณะเป็นทุ่งนอกเมืองก่อนมีบ้านเรือน แต่เวลานี้ส่งผลกับประชาชน 4 จังหวัด ประชาชนมาร้องเรียนว่าอยากได้พื้นที่รองรับน้ำได้ ไม่ต้องให้ท่วมทุกปี เสียค่าใช้จ่ายฟื้นฟูทรัพยากรต่างๆ เป็นแสนล้านบาท จึงอยากให้มาคุยกัน อยากให้คุยกันสาธารณะ เอาทุกความเห็นถกเถียงกัน เพื่อหาข้อสรุปร่วมกัน รับฟังทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้าน

Advertisement

“ประชาชนมองว่าหากจะทำเขื่อนก็ยังปลูกป่าได้ในพื้นที่อื่น ไม่ได้คิดอยากจะทำลายป่าไม้เพื่อประโยชน์ส่วนตน แต่ชีวิตของประชาชนได้รับผลกระทบ ต้องดูแลแก้ไขและเยียวยาใช้เงินเยอะ ไม่สามารถแก้ได้ทันที เรื่องน้ำควรเป็นวาระแห่งชาติ คิดทุกเรื่องทุกกระบวนการว่าจะมีทางออกอย่างไรที่ดีขึ้น ยังไม่ได้หมายความว่าจะเอาเข้า ครม. มีกระบวนการอีกหลายอย่างที่หาข้อสรุปเรื่องนี้” นายภูมิธรรม กล่าว