อธิบดีอุทยานฯ ฉุน จนท.ไม่รายงานเหตุหมีควายตกฮ.ดับ สั่งตั้งกก.สอบหาคนรับผิดชอบ

26.02.17 | 16:41 น.
ภาพเมื่อครั้งเจ้าหน้าทีอุทยาน ได้ขนส่งหมีตัวหนึ่ง โดยเฮลิคอปเตอร์ หลังจากรักษาอาการบาดเจ็บ และถูกวางยาสลบ ระหว่างขนส่ง เพื่อนำกลับคืนสู่ป่า แต่เจ้าหน้าที่เห็นว่า สลบนานเลยลงไปดู แสดงให้เห็นว่า วิธีการส่งหมีคืนป่าโดยเฮลิคอปเตอร์นั้น มีมาก่อนหน้านี้แล้ว

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวถึงกรณีอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จ.นครราชสีมา มีการเคลื่อนย้ายหมีควายกลับคืนสู่ป่าลึก โดยใช้เฮลิคอปเตอร์ในการเคลื่อนย้าย แต่เกิดเหตุไม่คาดฝันหมีควายตกลงมาตายกลางป่านั้น ว่าตนเพิ่งทราบเรื่องภายหลังกรณีดังกล่าวปรากฏเป็นข่าวออกไป เพราะตั้งแต่วันที่เกิดเหตุคือช่วงวันที่ 11-12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมานั้น ไม่มีการรายงานมาที่ตนหรือกรมอุทยานฯเลย แต่ทางพื้นที่เพิ่งรายงานมาเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ หลังมีการเผยแพร่เรื่องนี้ผ่านสื่อ โดยมีการรายงานมาว่าเป็นการดำเนินการตามปกติของพื้นที่ในการเคลื่อนย้ายหมีควายเพื่อเข้าไปในป่าลึกไม่ให้ออกมารบกวนประชาชนรอบบริเวณ หรือนักท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยเกิดปัญหาขึ้น ขณะนี้กำลังหาสาเหตุว่าที่หมีหล่นลงมา เกิดจากเชือกขาด หรือตะขอที่เกี่ยวกับเฮลิคอปเตอร์หลุด หรือเกิดจากสาเหตุอะไร โดยก่อนหน้าการขนย้ายหมีได้มีการยิงยาสลบไว้ แต่พอเชือกหลุดแล้วหมีอาจหล่นลงบนต้นไม้แล้วโดนกิ่งไม้เสียบ ซึ่งตนได้ตำหนิ ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) ไปแล้ว ว่าหลังจากนี้จะดำเนินการอะไรต้องวางแผนอย่างรัดกุม

นายธัญญากล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ได้สั่งการให้มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงว่าปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นมีสาเหตุมาจากอะไร และต้องมีผู้รับผิดชอบเหตุการณ์ที่เกิดขี้น พร้อมทั้งสั่งการให้สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานฯ ออกหนังสือไปยังสำนักบริหารพื้นที่ทั่วประเทศ การดำเนินการในเรื่องการขนย้ายสัตว์ป่าหลังจากนี้ต้องมีความรัดกุม มีนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญร่วมในการวางแผนดำเนินการ ไม่ใช่ตัดสินใจดำเนินการโดยพลการ ส่วนยังจะมีการใช้เฮลิคอร์ปเตอร์ในการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่าหรือไม่นั้น ต้องเข้าใจว่าเป็นการขนย้ายสัตว์เข้าในป่าลึก แต่การดำเนินการต้องให้มีความชัดเจนและรัดกุม

ด้านนายมาโนช การพนักงาน อดีตหัวหน้าอุทยานฯเขาใหญ่ ซึ่งเกษียณอายุราชการแล้ว กล่าวว่า สมัยตนเป็นหัวหน้าอุทยานฯเขาใหญ่ น่าจะเป็นครั้งแรกที่มีการเคลื่อนย้ายหมีโดยใช้เฮลิคอปเตอร์ โดยมีหมีเข้ามาบริเวณบ้านพักเจ้าหน้าที่ ซึ่ง นสพ.ภัทรพล มณีอ่อน สัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานฯ และเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ได้มาร่วมวางยาสลบหมีก่อนการขนย้าย ซึ่งขณะนั้นมีข้อเสนอจากกรมอุทยานฯว่าให้นำหมีไปไว้ที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าบางละมุง จ.ชลบุรี แต่ตนไม่อยากให้เอาไปเพราะเป็นสัตว์ป่าในพื้นที่อุทยานฯเขาใหญ่ จึงขออนุญาตนายเกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมอุทยานฯในขณะนั้น นำหมีปล่อยกลับเข้าป่าลึกในเขตอุทยานฯเขาใหญ่ ซึ่งนายเกษมสันต์ก็อนุญาต จึงได้มีการประชุมทีมงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งนักวิชาการ สัตวแพทย์ และนักบิน คำนวณน้ำหนักหมีเพื่อวางยาให้มีความเหมาะสม เมื่อได้ข้อมูลครบถ้วนแล้ว จึงวางแผนในการขนย้ายหมีกลับเข้าป่า

“ผมร่วมเดินทางเข้าไปส่งหมีในป่าด้วย ถือเป็นเคสแรกในการขนย้ายหมีกลับคืนสู่ป่าโดยใช้เฮลิคอปเตอร์ เพราะเส้นทางที่รถเข้าถึงได้ยังไม่ไกลพอ และหมีน่าจะกลับออกมาได้ โดยขั้นตอนเริ่มจากวางยาสลบหมีแล้วจับหมีนอนคว่ำบนเปลสนาม ล็อกหัวและตัวหมีกับเปลสนามให้แน่นไม่ให้เคลื่อนไหวได้ แล้วจึงนำไปใส่ในฮุกตาข่าย เพื่อเกี่ยวกับท้องเฮลิคอปเตอร์ และบินเข้าไปในป่าตามตำแหน่งที่กำหนดไว้ ซึ่งเป็นบริเวณทุ่งหญ้ากลางป่าเขาใหญ่ ห่างจากที่ทำการอุทยานฯประมาณ 10 นาที ซึ่งไกลพอไม่ให้หมีออกมาจากป่าได้ง่ายและเป็นแหล่งอาศัยของหมีอยู่แล้ว พอวางหมีลงกับพื้นที่ได้สำเร็จ ก็ต้องรอให้หมีฟื้น กันไม่ให้สัตว์ป่าอื่นโดยเฉพาะหมาไนมากัดหมี เมื่อหมีฟื้นและเดินกลับเข้าป่าได้ คณะจึงบินกลับออกมา ผมไม่เข้าใจว่าครั้งนี้เกิดเหตุผิดพลาดอะไร การดำเนินการดังกล่าวต้องมีความละเอียด จะเกิดความผิดพลาดไม่ได้เลย เพราะจะเกิดอันตรายต่อทั้งคนและหมี เราเป็นนักอนุรักษ์ยอมให้เกิดอะไรขึ้นไม่ได้เด็ดขาด” นายมาโนชกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดเหตุกรณีหมีควายตกเฮลิคอปเตอร์ลงมาตายนั้น นายวิรัช จตุพนาพร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 ปราจีนบุรี ได้สั่งการให้อุทยานฯเขาใหญ่ ดำเนินการจัดพิธีไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่เพิ่มเติม และให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ ทุกคน เข้าร่วมพิธีไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่ ปฏิญาณตนและดื่มน้ำพระพุทธมนต์ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในการป้องกันและรักษาผืนป่ามรดกโลกดงพญาเย็น-เขาใหญ่ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้อุทยานฯเขาใหญ่ได้จัดพิธี ไหว้เจ้าพ่อเขาใหญ่ไปแล้วซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี ในวันที่ 26 มกราคม

Advertisement