แจ้ง 4 ข้อหาหนัก สิบล้อคลั่งชนดะพระราม 4 ทำคนขับวินจยย.ดับ พบเคยมีคดียา
เมื่อวันที่ 5 กันยายน พ.ต.อ.ปณิธิ ชาอุ่น ผกก.สน.ท่าเรือ เปิดเผยกรณีตำรวจ สน.ท่าเรือ ใช้อาวุธปืนยิงสกัดรถยนต์ 10 ล้อ ทะเบียน 74-3380 กรุงเทพมหานคร ที่มีนายวัลลภ ศรีสูงเนิน อายุ 43 ปี ชาว จ.กำแพงเพชร พยายามใช้อาวุธเหล็กแหลมต่อสู้เจ้าหน้าที่ หลังนายวัลลภเฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ (จยย.) ฮอนด้า ทะเบียน 3 ขข 2908 กรุงเทพมหานคร ทำให้นายประวิทย์ มากพิชัย อายุ 39 ปี ผู้ขับขี่ประกอบอาชีพขับวิน จยย.รับจ้าง เสียชีวิตที่ รพ.กล้วยน้ำไท และ น.ส.พรพรรณ แจ่มคิรี อายุ 23 ปี คนซ้อนท้ายบาดเจ็บรักษาตัว รพ.รวมใจรักษ์ อาการปลอดภัย และมีรถยนต์ถูกชนอีกหลายคัน
เหตุเกิดใกล้ปั๊มน้ำมัน ถนนพระราม 4 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม. จากนั้นนายวัลลภขับรถบรรทุกหลบหนีต่อเนื่องเขตพื้นที่ สน.คลองตัน สน.ทองหล่อ และ สน.ท่าเรือ ก่อนมุ่งหน้าเข้าพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ซอยมัณฑนา ต.บางโฉลง อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ โดยจอดรถทิ้งไว้และกระโดดลงคลองพยายามใช้เชือกผูกคอหนีผิด แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดตามช่วยเหลือนำส่งไป รพ.จุฬารัตน์ 3 อินเตอร์ ต.บางปลา อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 4 กันยายน ว่า
ในส่วนการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ก่อเหตุ จะต้องพิจารณาแบ่งเป็นหลายพื้นที่ทั้ง สน.ท่าเรือ สน.ทองหล่อ และ สน.คลองตัน มีทั้งข้อหาขับรถเฉี่ยวชนให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต, เฉี่ยวชนรถยนต์ให้ได้รับความเสียหาย, หลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน นอกจากนี้ตำรวจ สน.ท่าเรือ ส่งหนังสือเพื่อขอให้แพทย์ตรวจเลือดหาปริมาณแอลกอฮอล์และสารเสพติดในร่างกาย เบื้องต้นผลจะออกภายใน 3 วัน หากพบมีปริมาณแอลกอฮอล์และสารเสพติดก็จะดำเนินการพิจารณาแจ้งข้อหาเพิ่ม
พ.ต.อ.ปณิธิกล่าวว่า หลังจากนี้จะรวมสำนวนคดีทั้งหมดมาไว้ที่ สน.ท่าเรือและจะมีคณะกรรมการกองบังคับการตำรวจนครบาล 5 (บก.น.5) เป็นผู้กำกับดูแลเนื่องจากเกิดเหตุครอบคลุมในหลายพื้นที่ในส่วนของ สภ.บางพลี จะไม่รวมอยู่ในสำนวน บก.น.5 เนื่องจากในพื้นที่ สภ.บางพลี ไม่ได้มีเหตุการณ์ที่สร้างความเสียหาย ส่วนตัวผู้ก่อเหตุยังนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลโดยมอบหมายให้ สภ.บางพลี เป็นผู้ดูแลควบคุมและได้รับรายงานอาการผู้ก่อเหตุรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู ซึ่งแพทย์ให้ความเห็นว่ายังคงต้องนอนรักษาตัวอยู่ต่ออย่างน้อย 1 คืน
จากนั้น สน.ท่าเรือ จะไปรับตัวมาสอบปากคำ โดยตำรวจติดต่อกับลูกผู้ต้องหาที่พักอาศัยอยู่ในต่างจังหวัด โดยเป็นบุคคลที่เกลี้ยกล่อมให้ผู้ต้องหามอบตัว จากการซักถามข้อมูลจากลูกยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจแต่ต้องเชิญตัวมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน สน.ท่าเรือ เพิ่มเติม ส่วนของประวัติผู้ก่อเหตุพบว่าในปี 2560 มีคดียาเสพติดในพื้นที่ จ.ภูเก็ต แต่ในส่วนคดีอื่นยังไม่ปรากฏ ส่วนผู้เสียชีวิตทางญาติจะรับศพที่ รพ.จุฬาลงกรณ์ฯเพื่อไปทำพิธีต่อไป

