เร่งสอบ เหตุหนูน้อย 3 ขวบ ถูกส่ง รพ.อาการสาหัส รอยซ้ำหลายจุด ใต้ตา ลำตัว หัวบวม

26.02.17 | 19:33 น.

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรานี ว่า เมื่อคืนที่ผ่านมา พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งจากโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี ว่ามีเหตุเด็กชายอายุ 3 ขวบ ถูกส่งตัวมาจาก อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เข้าทำการรักษาที่ห้องฉุกเฉินในสภาพไม่รู้สึก ตรวจสอบพบท่อนแขนขวาผิดรูป มีเลือดออกในช่องท้อง รอยช้ำใต้ตาขวา ข้างลำตัวมีรอยช้ำ ศีรษะด้านหลังมีรอยบวมยุบ มีเลือดออกที่หูทั้งสองข้าง อาการสาหัส รักษาตัวในห้อง ไอซียู. จึงสั่งการให้ ร.ต.อ.อภิวุฒิ ลีโพนทอง รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ออกไปตรวจสอบร่วมกับนายแพทย์เอกภักดิ์ ระหว่างบ้าน และนางไขศรี สิริบุญทวี นักสังคมสงเคราะห์

เบื้องต้นทราบชื่อว่า ด.ช.เอ นามสมมุติ อายุ 3 ปี ชาวบ้านบ้านท่าลี่ มารดาชื่อ น.ส.สุ อายุ 28 ปี บิดา ชื่อพงศ์ แต่ได้เลิกรากัน โดย น.ส.สุ มีสามีใหม่ ชื่อ นายวี อายุ 32 ปี ชาวจ.อุดรธานี

มารดาหนูน้อยวัย 3 ขวบ ให้การเบื้องต้นว่า ลูกมีอาการชัก ตัวเกร็ง หลังรับประทานอาหาร จึงป้อนยาฆ่าเชื้อให้ จากนั้นลูกชายก็มีอาการชักกระตุก มีเลือดไหลออกจากหูทั้งสองข้าง จึงรีบนำตัวส่ง รพ.สต.ท่าลี่ แต่ ด.ช.เอ อาการหนัก จึงนำส่งต่อ รพ.ศูนย์อุดรธานี ส่วนสาเหตุ น.ส.สุ ยังให้การสับสน รวมทั้งสอบปากคำนายวี ที่ยังให้การไม่สอดคล้องกัน ซึ่งจากสภาพเด็กมีอาการบาดเจ็บ เหมือนถูกทำร้ายทั้งภายนอกและภายใน

ต่อมาเวลา14.00 น.วันเดียวกัน ที่ห้องประชุม อาหารหอผู้ป่วยศัลยกรรมประสาท ชั้น 7 มีการประชุมร่วมสหวิชาชีพ ประกอบด้วย ตำรวจจาก สภ.เมืองอุดรธานี และ สภ.กุมภวาปี นักสังคมสงเคราะห์ เจ้าหน้าที่คุ้มครองเด็ก แพทย์เด็กและพยาบาล เจ้าหน้าที่จัดระเบียบสังคม และจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันสรุปหาสาเหตุที่ ด.ช.วุฒิฯ ได้รับบาดเจ็บ โดยการประชุมไม่อนุญาตผู้สื่อข่าวร่วมรับฟัง ใช้เวลาประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง

ขณะแม่และพ่อเลี้ยง ที่เดินทางมาเยี่ยมอาการ ด.ช.เอ พบกับผู้สื่อข่าว โดย น.ส.สุ เปิดเผยว่า อยู่กินกันกับสามีใหม่มา 6 เดือน ที่ผ่านมาก็เลี้ยงลูกของตน 2 คน คนโตเป็นหญิงเรียนชั้น ป.2 และน้องเอ ไม่เคยตีลูกตน มีเพียงดุสั่งสอนเท่านั้น ซึ่งคนในบ้านก็รู้ ช่วงเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว น้องเอ ป่วยเป็นไข้เลือดออก เมื่อหายได้ประมาณ 2-3 สัดาห์ เขาก็ป่วยอีกเป็นโรคอาหารเป็นพิษ ทำให้ร่างกายเขาไม่แข็งแรงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

Advertisement

“ เราทำงานขายของตามตลาดนัด เมื่อวานนี้แฟนเห็นลูกล้มฟุบลง เข้าไปดูพบว่าลูกมีเลือดออกจากหู ไม่รู้สึกตัว จึงนำตัวส่งอนามัยที่บ้าน แต่หมอบอกลูกอาการหนัก ให้พาไปโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี จึงรีบพาลูกมา หมอก็บอกว่าอาการลูกหนักมาก หลังจากนั้นไม่นานก็มีตำรวจมาให้ตนและสามี พาไปสอบปากคำ ว่าลูกตนป่วยเพราะเหตุใด ซึ่งก็ถามว่าถูกทำร้ายร่างกายหรือไม่ เราก็ปฏิเสธว่าไม่ใช่ ซึ่งจะให้ตนและแฟนไปสาบานที่ไหนก็ได้ ว่าเราไม่ได้ทำร้ายลูก”

ด้านพ่อเลี้ยง กล่าวว่า ไม่เคยคิดจะทำร้ายเด็ก ๆ เพราะตนรักลูกของ น.ส.สุ เหมือนเป็นลูกตัวเอง ยอมรับว่าเคยเสพยาเสพติด แต่ก็นาน ๆ ครั้ง จนเมื่อเดือนมกราคม ที่ผ่านมา ตนไปวัดที่ จ.สกลนคร เพื่อทำการเลิกยาและเหล้า ซึ่งแฟนก็รู้ และตอนนั้นหากอยกยาก็จะขอเงินเขาไปซื้อ หลังจากคิดทำมาหากินจึงไปเลิกยากับพระ และไม่เคยไปเสพยาเสพติดอีก และขอสาบานว่า ไม่ได้ทำร้ายน้องเปาแต่อย่างใด.

ร.ต.อ.อภิวุฒิ ลีโพนทอง รอง สว.สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยว่า ที่ประชุมมีข้อสรุปแต่ยังเป็นความลับ หลังจากนี้จะแจ้งให้ทาง สภ.กุมภวาปี ลงพื้นที่ไปตรวจสอบบ้านเกิดเหตุ เก็บหลักฐานทุกอย่าง หาสาเหตุเด็กรับบาดเจ็บ รวมทั้งต้องสอบปากคำพยานบุคคล