บุกร้อง สาวแสบอ้างตัวเป็นเลขาฯ หนุ่ม กรรชัย จะพาเล่นซิตคอม-ลวงไปเป็นบัญชีม้า

6.09.24 | 19:05 น.

‘อี้ แทนคุณ’ พาเหยื่อร้องตำรวจฯ ถูกสิบแปดมงกุฎอ้างตัวเป็นเลขา ‘หนุ่ม กรรชัย’ ตุ๋นเงิน อ้างพาไปรับงานเล่นซิตคอม


เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายแทนคุณ จิตต์อิสระ หรืออี้ แทนคุณ ประธานชมรมสันติประชาธรรม พากลุ่มผู้เสียหายจำนวน 3 คน ที่ถูก น.ส.พัช (สงวนนามสกุล) แอบอ้างตัวเป็นเลขานุการของหนุ่ม กรรชัย พิธีกรชื่อดัง หลอกลวงเงินไปกว่า 3 ล้านบาท เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บช.ก. เพื่อขอให้ติดตามคนร้ายให้

นายแทนคุณกล่าวว่า น.ส.พัช ผู้ถูกกล่าวหา มีพฤติกรรมหลอกลวงอ้างว่ารู้จักกับคนในบริษัทบันเทิงดังย่านอโศก สามารถติดต่อพาไปเล่นซิตคอมได้ รวมทั้งแอบอ้างว่ารู้จักกับ หนุ่ม กรรชัย พิธีกรรายการโหนกระแส ไปหลอกลวงเงินผู้คน ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมทำให้วงการบันเทิง รวมถึงสื่อมวลชนได้รับความเสียหาย ตอนนี้สามารถรวบรวมผู้เสียหายได้แล้วประมาณ 5 คน รวมความเสียหายได้ประมาณกว่า 3 ล้านบาท

นายแทนคุณกล่าวอีกว่า นอกจากจะมาแจ้งความร้องทุกข์แล้ว ก็จะมาติดตามสถานะทางคดีของ น.ส.พัช ที่เคยแจ้งดำเนินคดีไว้ก่อนหน้านี้ด้วยว่า ยังอยู่ระหว่างการประกันตัว หรือติดกำไล EM อยู่หรือไม่ เพื่อให้ตำรวจนำไปดำเนินคดี พร้อมทั้งฝากเตือนพี่น้องประชาชนว่า หากถูกใครชักชวนให้เข้ามาร่วมงานวงการบันเทิง ก็ควรติดต่อไปยังต้นสังกัดโดยตรงว่ามีบุคคลชื่อนี้อยู่ในสังกัดหรือไม่

Advertisement

ส่วน นายเอ (นามสมมุติ) ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อปลายเดือน ก.ค. น.ส.พัชได้แอด Line มาทักทายตน บอกว่าเห็นผลงานการแสดงตามละครซิตคอมต่างๆ ของตน จึงต้องการจะติดต่อให้ไปร่วมแสดงซีรีส์ของทาง บริษัทบันเทิงดังย่านอโศก อีกทั้งยังอ้างว่าเป็นนักจิตวิทยา สนิทสนมกับคนในวงการบันเทิงเป็นอย่างดี โดยเฉพาะ หนุ่ม กรรชัย โดยลักษณะการพูดคุยของ น.ส.พัชนั้นค่อนข้างใช้จิตวิทยาและหลอกล่อให้เชื่อถือได้ง่าย

เมื่อตนเกิดสนใจ น.ส.พัชกลับให้ตนโอนเงินมาให้ อ้างว่าเป็นเงินประกันสำหรับการร่วมงาน จำนวน 1.4 แสนบาท แต่บัญชีที่โอนไปนั้นไม่ได้เข้าบัญชีของ น.ส.พัช โดยตรง หลังจากนั้น น.ส.พัชกลับเงียบหายไป จนมาค้นหาข่าวภายหลังก็ทราบว่ามีผู้ถูกหลอกลักษณะเดียวกับตนเป็นจำนวนมาก

นายเอเปิดเผยอีกว่า หลังถูกหลอกเงินไปแล้ว ด้วยความที่ไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไร จึงไปค้นหาเว็บรับแจ้งความออนไลน์ของหน่วยงานต่างๆ ก็ยังไปถูกมิจฉาชีพที่ปลอมเพจตำรวจขึ้นมา หลอกเงินไปอีกนับแสนบาท รวมความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตนทั้งหมด รวมกว่า 240,000 บาท

ขณะที่ น.ส.บี ผู้เสียหายรายที่ 2 กล่าวว่า รู้จัก น.ส.พัชผ่านเพื่อนอีกทีนึง แอบอ้างว่าเป็นนักจิตวิทยาและขายอุปกรณ์การแพทย์ เคยทำงานให้กับมหาวิทยาลัยรัฐชื่อดังแห่งหนึ่ง พร้อมแอบอ้างลักษณะเดียวกันว่ารู้จักกับคนในบริษัทบันเทิงดังย่านอโศก และหนุ่ม กรรชัย โดยเริ่มรู้จักตั้งแต่ช่วงปลายเดือน ก.ค. เช่นเดียวกัน ตอนนั้นตนมีปัญหาเรื่องการเงิน น.ส.พัชจึงเสนอว่าจะให้กู้ยืมเงินให้ผ่านกองทุนที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ทางแพทย์ แต่มีข้อแม้ว่าต้องยอมโอนเงินให้ก่อนเพื่อการันตีว่ามีศักยภาพเพียงพอที่จะกู้ยืมเงินได้ โดยจะเป็นผู้รับประกันให้เอง ตนจึงโอนเงินไปให้ 16,900 บาท แต่สุดท้ายพอได้เงินไป กลับเงียบหาย จากนั้นตนจึงเข้าไปดูเพจตำรวจของหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นเพจปลอม ก่อนจะถูกมิจฉาชีพหลอกเงินซ้ำไปอีก 17,000 บาทด้วย

ส่วน น.ส.ซี ผู้เสียหายรายสุดท้าย กล่าวว่า ตนไม่ได้ถูกหลอกให้โอนเงิน แต่ถูก น.ส.พัชหลอกนำบัญชีธนาคารของตนไปใช้เป็นบัญชีม้า ซึ่งเมื่อต้นเดือน ก.ค. น.ส.พัชมาขอความช่วยเหลือผ่านเพื่อนอีกทีนึง อ้างถูกแฟนโกงและทะเลาะกัน จึงขอมาอยู่ด้วย และเธอคิดสั้นจะฆ่าตัวตาย ด้วยความเห็นอกเห็นใจ จึงพา น.ส.พัชมาอยู่ด้วย จนมาอ้างว่ามีปัญหาเรื่องเงินในบัญชี จึงอยากจะรบกวนขอใช้บัญชีธนาคารของตนรับเงิน จากนั้นก็มีเงินโอนมาเรื่อยๆ ครั้งละหลักหมื่นบาท รวมเบ็ดเสร็จจนถึงสิ้นเดือน ก.ค. มีเงินเข้ามาประมาณ 200,000 บาท น.ส.พัชอ้างว่าเป็นเงินประมูลขายอุปกรณ์การแพทย์ พร้อมยืนยันว่าไม่เอาหน้าที่การงานมาทำให้เสียชื่อเสียงแน่นอน จึงหลงเชื่อไม่ได้เอะใจอะไร จนมาทราบภายหลังว่าบัญชีม้าของตนถูกนำไปใช้หลอกลวงเงินผู้คน จึงตัดสินใจไล่ น.ส.พัชออกจากบ้านเมื่อช่วงสิ้นเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหายไว้เป็นหลักฐานต่างๆ ก่อนส่งให้ผู้บังคับบัญชาสั่งการต่อไป