จำคุก สายน้ำ-ออย 2 ปี ฐานทำโบราณสถานเสียหาย คดีพ่นสีฐานอนุสาวรีย์ปชต.-เสาชิงช้า ปี 66

9.09.24 | 20:21 น.

จำคุก “สายน้ำ – ออย” 2 ปี ฐานทำโบราณสถานเสียหาย ก่อนลดเหลือ 12 เดือน – ให้ประกันระหว่างอุทธรณ์ กรณีพ่นสีฐานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและเสาชิงช้า ปี 66


เมื่อวันที่ 9 กันยายน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาคดีของ สายน้ำ (จำเลยที่ 1) และ ออย สิทธิชัย (จำเลยที่ 2) สองนักกิจกรรมทางการเมืองวัย 20 และ 27 ปี ในข้อหาร่วมกันทำให้โบราณสถานเสียหายหรือเสื่อมค่าฯ ตาม พ.ร.บ.โบราณสถานฯ มาตรา 32 หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมดำเนินคดีจากกรณีการพ่นสีสเปรย์ตัวเลข 112 พร้อมขีดฆ่าทับ เครื่องหมายอนาคิสต์ และข้อความ “หยกโดน 112 ตรงนี้” บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและเสาชิงช้า เมื่อปี 2566

พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตาม พ.ร.บ.โบราณสถานฯ มาตรา 32 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง, พ.ร.บ.ความสะอาด มาตรา 12 และ 56 การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรม ให้ลงโทษทุกกรรม

การพ่นสีสเปรย์บริเวณ ฐานอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นความผิดฐาน “ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งโบราณสถาน” ตาม พ.ร.บ.โบราณสถานฯ มาตรา 32 วรรคหนึ่ง และฐาน “ร่วมกันขีด เขียน พ่นสี หรือทำให้ปรากฏซึ่งข้อความ ภาพ หรือรูปรอยใด ๆ ในที่สาธารณะฯ” ตาม พ.ร.บ.ความสะอาดฯ มาตรา 12 ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.โบราณสถานฯ มาตรา 32 วรรคหนึ่ง จำคุกคนละ 1 ปี

Advertisement

การพ่นสีสเปรย์บริเวณ ฐานเสาชิงช้า เป็นความผิดฐาน “ร่วมกันทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งโบราณ” ตาม พ.ร.บ.โบราณสถานฯ มาตรา 32 วรรคสอง และฐาน “ร่วมกันขีด เขียน พ่นสี หรือทำให้ปรากฏซึ่งข้อความ ภาพ หรือรูปรอยใด ๆ ในที่สาธารณะฯ” ตาม พ.ร.บ.ความสะอาดฯ มาตรา 12 ให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.โบราณสถานฯ มาตรา 32 วรรคสอง จำคุกคนละ 1 ปี

รวม 2 กระทง จำคุกคนละ 2 ปี ทั้งนี้ จำเลยให้การรับสารภาพหลังสืบพยานโจทก์ไปบ้าง เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีมาก มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละกึ่งหนึ่ง กรณีพ่นสีสเปรย์บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย คงจำคุกคนละ 6 เดือน และฐานพ่นสีสเปรย์บริเวณฐานเสาชิงช้า คงจำคุกคนละ 6 เดือน รวม 2 กระทง จำคุกคนละ 12 เดือน

พิเคราะห์พฤติการณ์แห่งคดีและรายงานสืบเสาะของพนักงานคุมประพฤติ พบว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้หลายครั้งในลักษณะคึกคะนองจนติดเป็นนิสัย สมควรลงโทษให้หลาบจำ จึงไม่รอการลงโทษ

ส่วนคำร้องของผู้ร้องที่ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายเป็นจำนวนเงิน 1,180.50 บาท แก่ผู้ร้อง เห็นว่าในขณะพิจารณาคดี จำเลยทั้งสองได้วางเงินต่อศาลแล้ว จึงให้ยกคำขอในส่วนนี้ ส่วนที่ให้นับโทษจำคุกของจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกในคดีอื่น เห็นว่า ในคดีอื่นศาลพิพากษาให้รอการลงโทษและไม่ปรากฏว่ามีโทษจำคุกแต่อย่างใด จึงให้ยกคำขอในส่วนนี้

ผู้พิพากษาในคดีนี้ ได้แก่ ประสงค์ ชุ่มจิตร และวรรณสิริ ศรีชัยเพชร

หลังฟังคำพิพากษา ทนายความสอบถามผู้พิพากษาว่า ผู้พิพากษาจะเป็นผู้พิจารณาคำร้องขอประกันจำเลยทั้งสองเองหรือไม่ ผู้พิพากษาตอบว่า ผู้บริหารศาลจะเป็นผู้พิจารณาสั่ง หลังจากนั้นสายน้ำและออย ถูกควบคุมตัวลงไปที่ห้องเวรชี้ ใต้ถุนศาลอาญา ระหว่างรอการประกันตัว

ต่อมาในเวลา 16.25 น. ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างชั้นอุทธรณ์ โดยให้วางเงินประกันคนละ 50,000 บาท และไม่ได้กำหนดเงื่อนไขใด ๆ

ทั้งนี้ คดีที่สืบเนื่องกันอีก 5 คดี กรณีการพ่นสีสเปรย์ของ “สายน้ำ” และ “ออย” ในคืนวันที่ 31 มี.ค. 2566 นั้น ได้ทยอยไปสู่ชั้นอัยการ และชั้นพิจารณาคดีในศาล จนถึงวันนี้คดีความดังกล่าวได้มีคำพิพากษาชั้นต้นออกมาทั้งหมดแล้ว ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1. กรณีพบการพ่นสีสเปรย์ในเขตดุสิต เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2567 ที่ผ่านมา ศาลแขวงดุสิตพิพากษาว่า ทั้งสองคนมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 และ พ.ร.บ.ความสะอาดฯ มาตรา 12 ลงโทษตามมาตรา 358 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก 2 เดือน และปรับ 10,000 บาท เนื่องจากจำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 เดือน และปรับ 5,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 1 ปี

2. กรณีพ่นสีสเปรย์ในเขตพญาไท เมื่อวันที่ 15 ส.ค.​ 2567 ศาลอาญาพิพากษาว่า ทั้งสองคนมีความผิดฐานทำให้ทรัพย์ที่มีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์เสียหาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 และ พ.ร.บ.ความสะอาดฯ มาตรา 12 โดยวินิจฉัยว่า แม้ว่าป้ายรถประจำทางที่ถูกสีสเปรย์พ่นทับจะมีข้อความว่า ‘ปิดปรับปรุง’ แต่เจตนาของป้ายดังกล่าวมีไว้ด้วยความมุ่งหมายที่จะใช้เพื่อสาธารณประโยชน์

ส่วนที่จำเลยทั้งสองต่อสู้ว่าการกระทำเป็นการแสดงออกทางการเมืองเพื่อให้ประชาชนทั่วไปหันมาสนใจผู้ที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 และถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม มิได้มีเจตนาในการทำลายทรัพย์สินที่มีไว้ใช้เพื่อสาธารณประโยชน์ เห็นว่าแม้จะมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการเขียนข้อความต่าง ๆ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 34 แต่ก็มิได้หมายความว่าบุคคลจะสามารถใช้เสรีภาพของตนโดยปราศจากขอบเขตหรือกระทำผิดต่อกฎหมายบ้านเมืองได้ ข้อต่อสู้ของจำเลยจึงฟังไม่ขึ้น

ให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 360 จำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน และปรับคนละ 18,000 บาท รวม 2 กระทง การนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์ ลดโทษให้กระทงละ 1 ใน 3 รวม 2 กระทง คงจำคุกคนละ 2 ปี และปรับคนละ 24,000 บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ 2 ปี

3. กรณีพ่นสีสเปรย์ในเขตดินแดง รวม 4 จุด ได้แก่ บริเวณกำแพงโรงกรองน้ำ, กำแพงศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) และตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจร 2 แห่ง ซึ่งสายน้ำและออยถูกพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง แจ้งข้อกล่าวหาในข้อหา ทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 และ พ.ร.บ.ความสะอาดฯ มาตรา 12 แยกเป็น 3 คดี แต่ต่อมา พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 2 ได้มีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องทั้งสองคน ในกรณีพ่นสีสเปรย์บริเวณกำแพงศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 2 (ดินแดง) ทำให้คดีความในส่วนนี้เป็นอันยุติไป

ส่วนอีก 2 คดี ศาลแขวงพระนครเหนือได้รวมพิจารณา และเมื่อวันที่ 16 ส.ค. 2567 ได้มีคำพิพากษาว่า ทั้งสองคนมีความผิดตามฟ้อง ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358 ปรับคนละ 5,000 บาท รวม 2 กรรม ปรับคนละ 10,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงปรับคนละ 5,000 บาท

ซึ่งภายหลังฟังคำพิพากษาทั้งสามคดีเมื่อวันที่ 8, 15 และ 16 ส.ค. 2567 ที่ผ่านมานั้น สายน้ำและออยได้ยื่นคำร้องขอทำงานบริการสังคมและสาธารณประโยชน์แทนการจ่ายค่าปรับ