‘บิ๊กตู่’เป็นประธานพิธีบวงสรวง-ยกเสาเอกพระเมรุมาศ-เผยพอใจการดำเนินการก่อสร้างเป็นไปตามแผนแล้วเสร็จสิ้นกันยายน-ตุลาคมนี้

27.02.17 | 13:45 น.

เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ เวลา 10.01 น. บริเวณท้องสนามหลวงด้านทิศใต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีบวงสรวงการก่อสร้าง และยกเสาเอกพระเมรุมาศงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ข้าราชการกรมศิลปากร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.45 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประธานในพิธีเดินทางมาถึง โดยมี พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการจัดสร้างพระเมรุมาศ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ และบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถ และพระยานมาศฯ รวมทั้ง นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และนายอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร รอต้อนรับ นายกรัฐมนตรี กราบพระรัตนตรัย และจุดธูปเทียนบูชาเครื่องบวงสรวง พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ อ่านโองการบวงสรวงการก่อสร้างพระเมรุมาศ และอาคารประกอบฯ ก่อนรดน้ำเทพมนต์ และเจิมเสา จากนั้นประธานในพิธีสรงน้ำ ปิดทอง ผูกผ้าแพร 3 ปี ที่เสาเอกพระเมรุมาศ พร้อมด้วยประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ, ประธานศาลฎีกา, รองนายกรัฐมนตรีทั้ง 6 คน, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, ราชเลขาธิการ, รองราชเลขาธิการ, เลขาธิการพระราชวัง, เลขานุการในพระองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และอธิบดีกรมศิลปากร ยืนแนวหลัง

จากนั้นเวลา 10.01 น. นายกรัฐมนตรีถือสายสูตรยกเสาเอกพระเมรุมาศขึ้นตั้ง พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ประธานในพิธีโปรยข้าวตอกดอกไม้ และวางพวงมาลัยที่โคนเสาเอกพระเมรุมาศ คณะนาฏศิลป์ สำนักการสังคีต กรมศิลปากร รำบวงสรวง 9 คู่ ก่อนที่ประธานในพิธีถวายภัตตาหาร พร้อมด้วยเครื่องไทยธรรม และจตุปัจจัยแด่พระสงฆ์ 10 รูป พระสงฆ์อนุโมทนา และประธานในพิธีกรวดนำ้ถวายเป็นพระราชกุศล เป็นอันเสร็จพิธี จากนั้นนายกรัฐมนตรี และคณะ ได้เดินเยี่ยมชมแบบผังพระเมรุมาศ และพระที่นั่งทรงธรรม ก่อนเข้าตรวจเยี่ยมการดำเนินการของเจ้าหน้าที่กรมศิลปากร และอาสาสมัคร ที่วิธานสถาปกศาลา (โรงขยายแบบ) อาคารปั้นหล่อประติมากรรม อาคารเขียนสี และตกแต่งองค์ประกอบ และอาคารจัดสร้างพระโกศจันทน์ โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวกับอธิบดีกรมศิลปากรกำชับอยากให้อาคารบ้านเรือนของไทยควรจะอนุรักษ์รูปแบบสถาปัตยกรรมทรงไทยอันสวยงามเอาไว้อีกด้วยดังเช่นความงดงามของอาคารสิ่งก่อสร้างประกอบพระเมรุมาศ สำหรับกำหนดฤกษ์พิธีบวงสรวงการก่อสร้าง และยกเสาเอกพระเมรุมาศ เป็นมหัทธโนฤกษ์ หมายถึง ฤกษ์ใหญ่ ใช้ประกอบการมงคลทุกอย่างเป็นปฐมฤกษ์ ขณะที่ข้อมูลโครงสร้างงานยกเสาเอกพระเมรุมาศ มีระดับความสูงถึงยอดเสา 23.50 เมตร, ความสูงเสา 21.90 เมตร, น้ำหนักเสา 19 ตัน/ต้น, จำนวนน็อตยึดเสา 89 ตัว/ต้น, ฐานมีความยาว 17.70 เมตร, ความสูง 1.90 เมตร, น้ำหนัก 17 ตัน/ชุด, จำนวนฐานราก 495 ฐาน และปริมาตรคอนกรีต 422 ลูกบาศก์เมตร

 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า พิธีในวันนี้เป็นการบวงสรวง และยกเสาเอกพระเมรุมาศ ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็นพิธีที่เข้มขลังก์ และการก่อสร้างพระเมรุมาศนี้แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถของผู้ประกอบการชาวไทย ทั้งในการออกแบบ การใช้ผลิตภัณฑ์ในประเทศ และที่สำคัญอยากจะให้สังคม อยากจะให้ประชาชนได้เรียนรู้ว่า ประเทศไทยของเรานั้นมีสิ่งที่งดงาม มีสิ่งที่เป็นจารีตประเพณีอัตลักษณ์ความเป็นไทยมากมาย รูปแบบอาคารต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่พวกเราควรจะภาคภูมิใจ เพราะฉะนั้นการที่เราร่วมกันทำถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่คนไทยทั้งประเทศได้ร่วมมือกันได้ร่วมใจกันทำมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว

 

Advertisement

“การดำเนินการก่อสร้างพระเมรุมาศได้ก้าวหน้ามาจนถึงวันนี้ซึ่งเป็นพิธียกเสาเอก โดยคาดว่าจะใช้เวลาทั้งสิ้น 1 ปี จนถึงเดือนกันยายน-ตุลาคมปีนี้คงจะเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย และก็จะมีพิธีอันยิ่งใหญ่ เพื่อถวายพระเพลิงพระบรมศพ สำหรับในช่วงนี้อยากให้ทุกคนสงบสติอารมณ์ มาทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย และนึกถึงคนส่วนใหญ่ทั้งประเทศบ้าง ซึ่งจะทำอะไรก็ตามให้นึกถึงคนส่วนใหญ่ของประเทศ รัฐบาลคิดทุกอย่างนึกถึงคนทั้งประเทศอยู่ทุกวันๆ แก้ปัญหาทุกปัญหาทุกวันๆ เพราะฉะนันอะไรที่ไม่จำเป็น อะไรที่เป็นความขัดแย้ง อะไรที่ไม่สร้างสรรค์ก็อย่าไปให้ความสนใจมากนัก และปล่อยให้เจ้าหน้าที่ได้ทำงานเท่านั้นเอง”นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ขอขอบคุณ ขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนอีกครั้ง ขณะที่ในส่วนของรัฐบาลได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และรัฐมนตรีอื่นที่เกี่ยวข้องอีกหลายท่าน รวมถึงคณะกรรมการอำนวยการทั้งคณะซึ่งตนเป็นประธานคณะกรรมการอยู่แล้ว โดยในวันนี้ก็ได้มาเห็นความก้าวหน้าในการก่อสร้างพระเมรุมาศแล้วก็สบายใจว่าทุกอย่างเป็นไปตามแผนงาน ซึ่งการงานอะไรก็ตามต้องมีแผนงาน การก่อสร้างพระเมรุมาศก็มีแผนงานไปจบเดือนกันยายน-ตุลาคม เหมือนกับรัฐบาลทำงานก็มีโร้ดแมปคือ ทำงานเมื่อไร และเสร็จเมื่อไร นั่นแหละคือโร้ดแมป แต่ถ้ามีอะไรมาขัดขวางก็จะทำให้โร้ดแมปขยับ ทำไม่เสร็จ เข้าใจแค่นี้พอ

 

พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า รัฐบาล และพสกนิกรชาวไทยสำนักในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ จึงพร้อมใจกันแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อเบื้องพระยุคลบาท จัดสร้างน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายสำหรับประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพตามโบราณราชประเพณี โดยการก่อสร้างพระเมรุมาศสำหรับถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเป็นราชประเพณีที่สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาที่ผ่านมา รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สำหรับรูปแบบของพระเมรุมาศเปรียบดังทิพยวิมานที่ประดิษฐานอยู่เหนือยอดเขาพระสุเมรุ อันเป็นศูนย์กลางจักรวาล ประกอบด้วย อาคารบริวารต่างๆ สำหรับพระราชพิธี ได้แก่ หอเปลื้อง สำล้าง และพระทั่งทรงธรรม สิ่งปลูกสร้างที่เป็นประธานของอาคารทั้งหมดคือ พระเมรุมาศอันเป็นที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพซึ่งต้องสร้างสรรค์ขึ้นอย่างประณีตงดงามสมพระเกียรติตามแบบแผนของสถาปัตยกรรมไทย

16930844_10210955995714650_829462875_o

16935939_10210955995954656_1236246215_o

16990098_10210955995514645_1932930792_o

16990256_10210955995554646_1328790552_o

16990741_10210955996194662_1032620309_o

16990748_10210955996114660_1073210309_o

17016543_10210955995994657_964440997_o