ตำรวจเบิกความ พยานโจทก์นัดแรก คดีชายชุดดำ แฝงตัว นปช. เผยถ่ายรูปไว้ ชี้ยืนยันตัวหนึ่งในกลุ่มจำเลย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ห้องพิจารณา 801 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลสืบพยานโจทก์ครั้งแรก คดีชายชุดดำที่ปรากฏตัวระหว่างการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายกิตติศักดิ์ หรือ อ้วน สุ่มศรี อายุ 47 ปี ชาวกทม. , นายปรีชา หรือไก่เตี้ย อยู่เย็น อายุ 26 ปี ชาวจ.เชียงใหม่ , นายรณฤทธิ์ หรือนะ สุริชา อายุ 35 ปี ชาวจ.อุบลราชธานี , นายชำนาญ หรือเล็ก ภาคีฉาย อายุ47 ปี ชาวกทม. และนางปุนิกา หรือ อร ชูศรี อายุ 41 ปี ชาวกทม. เป็นจำเลยที่ 1- 5 ฐานร่วมกันพกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ หรือชุมชน และมีอาวุธ เครื่องกระสูนปืน และวัตถุระเบิดที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตได้ ตาม พ.ร.บ.อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ฯ พ.ศ.2490

คำฟ้องสรุปว่า เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2553 จำเลยทั้งห้ากับพวกที่ยังหลบหนี และพวกที่ถึงแก่ความตายไปแล้ว ร่วมกันพกอาวุธ เครื่องกระสุนและวัตถุระเบิด ที่สามารถใช้ยิงทำอันตรายแก่ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สินให้เกิดความเสียหายได้ อาทิ เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 , ปืนเอ็ม 16 ,ปืนเอชเค (HK) 33 หรือปืนอาก้า ซึ่งนายทะเบียนออกใบอนุญาตให้ไม่ได้ ไปตามบริเวณแยกคอกวัว ถนนตะนาว ,ถนนประชาธิปไตย แขวงบวรนิเวศน์ เขตพระนคร ในช่วงที่มีกลุ่มชายชุดดำ ระหว่างการชุมนุมของกลุ่ม นปช. โดยระหว่างการพิจารณาจำเลยทั้งหมดไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว โดยวันนี้ศาลเบิกตัวจำเลยมาจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานหญิงกลาง เพื่อร่วมฟังการสืบพยาน

โดยอัยการ นำพยานเข้าเบิกความ 2 ปาก เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองร้อยเอ็ด อดีตตำรวจสายสืบกองบังคับการตำรวจนครบาล 9 เบิกความสรุปว่า พยานได้รับมอบหมายให้แฝงตัวหาข่าวระหว่างการชุมนุม นปช. โดยวันที่ 10 เมษายน 2553 รัฐบาลให้เจ้าหน้าที่ทหาร ขอคืนพื้นที่การชุมนุมจากกลุ่ม นปช. แล้วเกิดการปะทะกัน ระหว่างเวลา 20.00 น. ช่วงถนนตะนาว บริเวณอนุสรณ์สถาน 14 ตุลาฯ กับธนาคารออมสิน พยานเห็นกลุ่มสวมหมวกปิดหน้าสีดำ เสื้อแขนยาวสีดำ วิ่งมาหลายคน มือถืออาวุธปืนอาก้า และอาวุธปืนเล็กยาวเอ็ม 16 ชุดแรกประมาณ 3 คน ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุม สกัดกลุ่มชุดดำดังกล่าวชุดที่ 2 ประมาณ 3 คนไว้ทัน แล้วสอบถามว่าเป็นใคร กลุ่มชุดดำบอกเป็นพวกเดียวกัน ผู้ชุมนุมจึงขอดูบัตร แล้วเปิดผ้าคลุมหน้าสีดำออก ระหว่างนั้นพยานจึงได้ถ่ายรูปไว้ ผู้ชุมนุมมีการสกัดตรวจเพราะกลัวว่าจะมีการแทรกซึมเข้ามาขณะที่มีการพูดกันว่าเขามาช่วยเราแล้วปล่อยไป และในการชุมนุม ยังตรวจยึดปืนเอ็ม 79 ได้ ส่วนการเสียชีวิตของ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม ทราบเรื่องหลังการขอคืนพื้นที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการเบิกความ พยานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ชี้ตัวจำเลยที่นั่งอยู่ในห้องพิจารณาคดีว่า หนึ่งในกลุ่มนั้นมีนายปรีชา อยู่เย็น จำเลยที่ 2 อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย

ขณะที่ทนายความจำเลย พยายามซักค้าน หักล้างประเด็นภาพถ่ายและลักษณะอาวุธ รวมถึงการถืออาวุธปืนของชายชุดดำ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ญาติของกลุ่มจำเลย เดินทางมาร่วมฟังการเบิกความ โดยคดีนี้นัดสืบพยานโจทก์ครั้งต่อไป ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00 น. ทั้งนี้ระหว่างการสืบพยานศาลได้กำชับให้คู่ความทั้งอัยการโจทก์และทนายจำเลยซักถามประเด็นพยานเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับพยานแต่ละปาก เนื่องจากจำเลยถูกคุมขังในเรือนจำ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาคดีเสร็จสิ้นโดยเร็วตามที่กำหนดไว้ ทนายจำเลยได้ชี้แจงถึงเหตุผลในการซักพยานให้ครอบคลุมเพื่อเกี่ยวเนื่องกับพยานปากต่อไปที่จะนำมาเบิกความต่อโดยองค์คณะผู้พิจารณาคดีแจ้งว่าหากปรากฏว่ามีการสืบพยานปากต่อไป และพบว่ามีส่วนเกี่ยวเนื่องกันกับพยานปากที่เบิกในขณะนี้ จะอนุญาตให้เรียกพยานในวันนี้มาเพื่อซักค้านเพิ่มเติมได้ต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ยอดระดมทุนฟ้อง “ทพญ.หนีทุน” ทั้งคนไทยในปท.และตปท.เกิน 6 แสนแล้ว
บทความถัดไป‘โก้-แพรว’ รับปลื้มกระแสคู่จิ้น ยันไร้ปัญหา ‘อร พัทธ์ธีรา’ หวานใจตัวจริงหึง (คลิป)