‘สมศักดิ์’ จ่อใช้ AI ช่วยตรวจสอบข้อมูลเบิกจ่ายบัตรทอง หลังบอร์ด สปสช.ไฟเขียวแผนปฏิบัติการ 10 ข้อ

12.09.24 | 11:09 น.

‘สมศักดิ์’ จ่อใช้ AI ช่วยตรวจสอบข้อมูลเบิกจ่ายบัตรทอง หลังบอร์ด สปสช.ไฟเขียวแผนปฏิบัติการ 10 ข้อ

เมื่อวันที่ 12 กันยายน นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในฐานะประธานกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ด สปสช. เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ “แผนปฏิบัติการด้านพัฒนาดิจิทัล ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568” ที่นำเสนอโดย พล.อ.อ.ทวีพงษ์ ปาจรีย์ ผู้ทรงคุณวุฒิ ฝ่ายสนับสนุนนโยบายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ สปสช.

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตามแผนปฏิบัติราชการของ สปสช. ฉบับที่ 5 พ.ศ.2566-2570 มีการมุ่งเน้นที่จะเพิ่มศักยภาพสู่องค์กร ด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ขับเคลื่อนการทำงานอย่างเต็มที่ในหลายด้าน รวมทั้งนโยบายการบริการจัดการข้อมูลของ สปสช. โดยมีเป้าหมายหลักในการเพิ่มประสิทธิภาพระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) และปฏิรูปพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศ เพื่อช่วยลดภาระงานที่มีอยู่ เพิ่มประสิทธิภาพของระบบ และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่างๆ

นายสมศักดิ์กล่าวว่า แผนปฏิบัติการดังกล่าวประกอบด้วยนโยบาย 10 ข้อ ประกอบด้วย 1.การนำข้อมูลขึ้นสู่ระบบคลาวด์ โดยในปีนี้ ทาง สปสช. ย้ายข้อมูลเข้าสู่ระบบคลาวด์แล้วทั้งสิ้น 25% คาดการณ์ว่าภายในพ.ศ.2568 ข้อมูลจะถูกบันทึกเข้าสู่ระบบคลาวด์ทั้งหมด 2.ความปลอดภัยข้อมูล โดย สปสช. ได้จัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังภัยทางไซเบอร์ ที่จะทำหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อพร้อมรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่างๆ 3.การสร้างมาตรฐานการดูแลข้อมูล จัดทำระบบข้อมูล สปสช. ให้เป็นไปตามมาตรฐานธรรมาภิบาลข้อมูลและเปิดเผยข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ 4.พัฒนาระบบติดตามของ สปสช. เพื่อพัฒนาระบบกำกับติดตามเฝ้าระวังสถานะการทำงานของระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของ สปสช. 5.พัฒนาระบบเบิกจ่ายที่มีความซับซ้อน ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยการพัฒนาระบบโปรแกรมเบิกจ่ายร่วมกับ KTB และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

Advertisement

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า 6.พัฒนาสายด่วน สปสช. 1330 ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นรวมทั้งนำระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยในด้านการบริหารจัดการทรัพยากรและการกรอกข้อมูลในอนาคต 7.ข้อเสนอการคืนข้อมูลสุขภาพให้กับประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้ใช้สิทธิประโยชน์และรับรู้ประวัติการรับบริการรายบุคคลผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ เช่น หมอพร้อม หรือ เป๋าตัง 8.การนำ AI เข้ามามาสนับสนุนการปฏิบัติงานและบริการประชาชน เช่น ภายในปีนี้จะมีการนำ AI เข้ามาช่วยตรวจสอบระบบเบิกจ่าย และภายในปีหน้าคาดว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพให้มากยิ่งขึ้น 9.การพัฒนาระบบเพื่อรองรับบุคลากรภายในและภายนอกในการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลขนาดใหญ่ที่มีความสะดวกและปลอดภัยภายใน พ.ศ.2568 และ 10.การปรับปรุงกระบวนการต่างๆ ใน สปสช. เพื่อรองรับกระบวนการทำงานให้สูงที่สุดทั้งออนไลน์ และออนไซต์

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวว่า ทั้ง 10 ด้านที่มีการเสนอในแผนปฏิบัติการด้านพัฒนาดิจิทัล จะสร้างประโยชน์ในหลายด้านให้กับหน่วยบริการ เช่น หน่วยบริการสามารถเชื่อมโยงข้อมูลการเบิกจ่ายค่าชดเชยได้สะดวกปลอดภัย รวดเร็วถูกต้อง และติดตามเบิกการชดเชยได้สะดวกมากยิ่งขึ้น รวมทั้งได้รับข้อมูลคืนกลับไปเพื่อพัฒนาคุณภาพการบริการของตนเองได้ นอกจากนี้ ในส่วนของ สปสช. เองก็จะได้รับประโยชน์ในด้านที่มีระบบที่มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น มีความปลอดภัย รวมทั้งมี AI เข้ามาช่วยเหลือในการปฏิบัติงานและบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการพัฒนาระบบดิจิทัลจะทำให้ระบบการเบิกจ่ายชดเชย มีความรวดเร็วครบถ้วน ถูกต้อง และลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาระบบได้

“ในส่วนของภาคประชาชนจะได้รับประโยชน์ในส่วนนี้ชัดมากที่สุด คือ สามารถเข้าถึงสิทธิบัตรทองได้สะดวกมากยิ่งขึ้นผ่านแอปพลิเคชัน เช่น เป๋าตังค์ ทางรัฐ และหมอพร้อม หรือผ่านระบบสายด่วน สปสช. 1330 เพื่อการดูสิทธิประโยชน์รายบุคคล ประวัติการรักษา การจองคิวการนัดหมาย และมีระบบ AI เข้ามาช่วยเหลือ รวมถึงทำให้ข้อมูลสุขภาพมีความปลอดภัยสูงมากยิ่งขึ้นอีกด้วย” นพ.จเด็จ กล่าว

นพ.จเด็จ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ในแผนพัฒนาระบบดิจิทัล ยังมีส่วนที่จะกลับไปปรับปรุงเพิ่มเติม หรือ สร้างทางเลือกอื่นๆ เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงระบบได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ไม่สามารถเข้าถึงระบบดิจิทัลได้สะดวก หรือ กลุ่มผู้พิการเอง ต้องมีทางเลือกให้ประชาชนกลุ่มนี้สามารถเข้าถึงระบบต่างๆ ของทาง สปสช. ได้เช่นกัน