วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 จากกรณีกลุ่มประชาชนจิตอาสาชาวลำปางในการอนุรักษ์ป่า และดับไฟป่าในนามโครงการเฮาฮักม่อนพระยาแช่ และโครงการ We Love The King นครลำปาง ได้เข้าไปดับไฟป่าดอยแม่ยางและดอยแม่อาง ซึ่งเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติ แนวเขาดอยพระบาท ใกล้กับสำนักสงฆ์ดอยพระบาทห้วยฝ้า เขตบ้านปงอ้อม ต.บ้านเสด็จ อ.เมือง จ.ลำปาง โดยเป็นผืนป่าที่อยู่ห่างตัวเมืองลำปางประมาณ 20 กิโลเมตร และกำลังถูกบุกรุกอย่างหนักจากคนที่เข้าไปแผ้วถาง เพื่อขยายแนวการปลูกสับปะรดออกไปเรื่อยๆ
โดยผืนป่าดังกล่าวยังถูกไฟไหม้ป่าสร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้างกินพื้นที่ไฟไหม้ป่าแห่งนี้ไปกว่า 100 ไร่แล้ว ทำให้ในช่วงตลอดสัปดาห์นี้ทางประชาชนกลุ่มจิตอาสาดับไฟป่าได้ระดมพลังกันเข้าไปดับไฟที่ไหม้ลามจนขณะนี้ได้ดับสนิดแล้ว แต่ทว่าป่าที่ถูกไฟไหม้อย่างหนักก็ทำให้ต้นไม้ใหญ่ที่เคยผ่านการบวชป่ามีจีวรพระมัดรอบต้น ถูกไฟไหม้ ทั้งเกิดแห้งเหลือง บางต้นก็ยืนต้นตาย บางต้นที่ฐานต้นไม้ถูกไหม้หนัก ก็เกิดหักโค่นลง นับเป็นผลกระทบต่อผืนป่าแห่งนี้อย่างมาก
จากการตรวจสอบพื้นที่ป่าดังกล่าวพบว่าไร่สับปะรดปลูกในพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง โดยปลูกในบริเวณพื้นราบและลามขึ้นมาบนสันเขาหลายลูกยาวลึกเข้าไปในป่า และเมื่อใช้โดรนขึ้นบินตรวจสอบภาพมุมสูงก็พบแนวไร่สับปะรดถูกขยายแนวการปลูกเข้าไปในป่าเรื่อยๆ และที่สำคัญภาพมุมสูงมองเห็นผืนป่าต้นไม้ใหญ่ที่ถูกไฟไหม้เผาจนแห้งเหลืองชัดเจน

นายเสกสรรค์ แดงใส หัวหน้าโครงการเฮาฮักม่อนพระยาแช่ และโครงการ We Love The King นครลำปาง กล่าวว่า ถึงแม้ไฟป่าบริเวณนี้จะดับแล้ว แต่ทางประชาชนกลุ่มจิตอาสาก็ต้องระวัง เพราะเชื่อว่ามีคนตั้งใจ และหากพบจุดไฟไหม้ทางประชาชนกลุ่มจิตอาสาก็จะกระจายกำลังเข้าไปดับทันที ทั้งนี้ จากการเข้าดับไฟป่าที่ผ่านมา จึงพบว่าบนสันเขาบางลูกถูกแผ้วถางลึกเข้าไปเรื่อยๆ ทั้งปลูกสับปะรดแล้ว และแผ้วถางให้โล่ง เพื่อเตรียมขยายแนวปลูกเพิ่มอีก ดังนั้น จึงได้รายงานไปยังวอร์รูมไฟป่าลำปางของศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า และหมอกควันไฟของ จ.ลำปาง เพื่อให้ช่วยติดตามเฝ้าระวังไฟป่า และทราบปัญหาการแผ้วถางที่เกิดขึ้น

