เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังมีเหตุการณ์นำหมีควายขนาด 80-90 กก. ที่ออกมาจากพื้นที่ผืนป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ตกเฮลิคอปเตอร์ตายในป่า ล่าสุดหลังเกิดเหตุนายวิรัช จตุพนาพร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 (ปราจีนบุรี) ได้ตั้งกรรมการเพื่อสอบสวนคลี่คลายเรื่องดังกล่าว ตามที่นำเสนออย่างต่อเนื่องแล้วนั้น
นายวิรัชกล่าวว่า ยังมีหมีควายอยู่อีกตัวหนึ่งที่ออกจากพื้นที่ป่าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และทางเจ้าหน้าที่ได้จับนำมาตรวจโรค-รักษา ซึ่งพบว่ามีพยาธิในเลือด ได้นำมารักษาดูแลให้แข็งแรง อยู่ที่ศูนย์อนุรักษ์ช่องกล่ำบน ซึ่งจะต้องนำกลับคืนสู่ผืนป่าธรรมชาติเช่นเดิมต่อไป จะคุมขังเขาไม่ได้
และในวันพรุ่งนี้ (28 ก.พ.) เวลา 10.00 น. ได้นัดหมายสื่อมวลชนที่ให้ความสนใจการขนย้ายสัตว์ป่า มาลงพื้นที่ชี้แจงวิธีการขั้นตอน-ตอบข้อซักถามในการขนย้ายหมีควายตัวดังกล่าวนี้ด้วย เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจในขั้นตอนต่างๆ ต่อไป โดยนัดพบที่ตัวเมืองสระแก้ว ก่อนเดินทางไปที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าช่องกล่ำบน ตั้งอยู่ที่ ต.หนองหมากฝ้าย อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ซึ่งในการเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกันกับอุทยานฯปางสีดา ผ่านอ่างเก็บน้ำท่ากระบากไปประมาณ 500 เมตร และแยกซ้ายมือเข้าไปอีกประมาณ 4 กม.
นอกจากหมีตัวที่ยังเหลือ ซึ่งออกมาจากอุทยานฯเขาใหญ่แล้วถูกจับไปตรวจรักษาที่สถานีช่องกล่ำบนแล้ว ยังมีหมีหมาที่ถูกพรานป่ายิงแม่มันตาย เป็นเพศผู้ ชื่อ “แรมโบ้” ถูกนำมามอบ ให้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่ 9 (ขญ.9) ต.สำพันตา อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เลี้ยงไว้ อายุเกือบ 10 เดือน จนเชื่อง มักชอบหยอกล้อกับนักท่องเที่ยว ที่ชอบเอาอาหารมาให้มันกิน อาทิ ปีโป้, นมกล่อง, ขนมกรอบ ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทราบว่า ทางอุทยานฯได้นำส่ง “ไอ้แรมโบ้” ไปที่ศูนย์ดูแลสัตว์ป่าภาคกลาง (นครนายก) เนื่องจากทนกับความซุกซน ชอบเล่นแบบเด็กๆ ของมันไม่ไหว ซึ่งมันชอบหยอกเด็กๆ เช่น ผลัก, ชนให้ล้ม หรือแม้หากหิวหนักๆ มักไปรื้อค้นหาของกินบนบ้านพักเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่จนกระจุยกระจายเสมอ และที่สำคัญเนื่องจากหมีเป็นสัตว์ป่า เกรงทำอันตรายนักท่องเที่ยว
และเรื่องหมีควายที่เงียบหายไปอีกเรื่องหนึ่งคือ การพบหมีควายที่บ้านสำพันตา อ.นาดี ในปี 2559 ที่ผ่านมาอีกตัวหนึ่ง ล่าสุดหมีดังกล่าวได้เงียบหายไป

