เวลา 09.30 น. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 ที่ห้องประชุมสำนักงานอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ นายพินิจ บุญเลิศ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาอุทยานแห่งชาติ เพื่อพิจารณาการขอลดหย่อนค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี หลังจากผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวออกมาชุมนุมเรียกร้องให้มีการลดหย่อนการจัดเก็บค่าธรรมเนียม จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท เหลือ 200 บาท เด็ก 200 บาท เหลือ 100 บาท โดยมีคณะกรรมการที่ปรึกษาจากภาคส่วนต่างๆ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
โดยหลังจากที่ทางผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ได้เปิดโอกาสให้นายธีรศักดิ์ ขนานใต้ กำนันตำบลอ่าวนาง เป็นคณะกรรมการที่ปรึกษาฯและเป็นตัวแทนผู้ประกอบการเรือนำเที่ยว ที่ชุมนุมเรียกร้องให้มีการลดหย่อนค่าเข้าอุทยานหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมา เสนอทางออกและแนวทางการแก้ไขปัญหา เพื่อนำเรื่องที่ได้จากการประชุม เสนอต่อไปยังกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชพิจารณา โดยก่อนเข้าเรื่องนายธีรศักดิ์ได้ขอชี้แจงต่อผู้ว่าฯและที่ประชุม กรณีที่ทางชุดพญาเสือ กรมอุทยานฯได้สนธิกำลังเข้าตรวจสอบที่ดินที่อ่าวต้นไทร พร้อมกล่าวหาว่าเป็นผู้มีอิทธิพล นายธีรศักดิ์กล่าวเพียงสั้นๆ ว่าถูกกลั่นแกล้ง เพราะที่ดินแปลงดังกล่าวเคยถูกจับแล้ว เรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
ต่อมานายธีรศักดิ์ก็ได้นำตั๋วจัดเก็บค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ที่เตรียมมาในกระเป๋า ออกมาโชว์ให้ ผวจ.กระบี่ และผู้เข้าร่วมประชุมดู พร้อมกล่าวว่า ตั๋วดังกล่าวเป็นตั๋วที่ทางอุทยานหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ขายให้กับนักท่องเที่ยวใบละ 400 บาท และซื้อกลับมาอีก ในราคาใบละ 50 บาท และฉีกให้นักท่องเที่ยวซ้ำอีก เพราะได้มีการทำรอยประไว้ถึง 2 ที่ในใบเดียว ซึ่งน่าเชื่อได้ว่าทางอุทยานหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี มีการทุจริตคอร์รัปชั่นจัดเก็บค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯอย่างแน่นอน ทำให้เจ้าหน้าที่ของอุทยานฯกรูเข้ามาตรวจสอบและถ่ายรูปเป็นหลักฐาน ขณะเดียวกัน ทาง ผวจ.กระบี่ ได้เชิญให้สื่อมวลชนออกจากห้องประชุมทันที เนื่องจากไม่ต้องการให้สื่อนำไปขยายผลต่อ
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม นายธีรศักดิ์ได้เปิดเผยว่า สำหรับข้อเรียกร้องของผู้ประกอบการเรือโดยสารนำเที่ยวอ่าวนาง ยังยืนยันคำเดิม คือขอ 200 และ 100 บาท ในที่ประชุม ซึ่งทางที่ประชุมสรุปและเสนอไปยังกรมอุทยานฯต่อไป ส่วนจะได้หรือไม่ต้องรอ ส่วนแนวทางการเคลื่อนไหวของผู้ประกอบการตอนนี้ต้องมีการพูดคุยก่อน ส่วนเรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมที่อุทยานฯฉีกซ้ำใบเดียวถึง 2 ครั้ง ตนยืนยันว่าเป็นการทุจริตแน่นอน และมีการทำจริง ในเขตอุทยานหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี ตนไม่ได้ใส่ความ ถึงแม้ว่าในปีที่ผ่านมาจะมีการจัดเก็บได้มากก็จริงแต่การทุจริตก็ยังคงเกิดขึ้น ส่วนเงินจะไปเข้ากระเป๋าใครตนไม่ทราบ

