‘วีริศ’ นั่งเก้าอี้ผู้ว่าการรถไฟฯคนใหม่ ตั้งเป้า ยกระดับรถไฟไทย-สานต่อนโยบายคมนาคม

19.09.24 | 13:40 น.

‘วีริศ’ นั่งเก้าอี้ผู้ว่าการรถไฟฯคนใหม่ ตั้งเป้า ยกระดับรถไฟไทย-สานต่อนโยบายคมนาคม


เมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ ห้องประชุมคณะกรรมการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ชั้น 2 ตึกบัญชาการ รฟท. เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร การรถไฟฯ กำหนดจัดพิธีลงนามสัญญาว่าจ้าง นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย คนที่ 20 อย่างเป็นทางการตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา โดยมีผู้บริหารระดับสูง และพนักงานการรถไฟฯ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

นายจิรุตม์ วิศาลจิตร ประธานกรรมการรถไฟฯ กล่าวแสดงความยินดีกับผู้ว่าการรถไฟฯคนที่ 20 พร้อมมอบนโยบายการดำเนินงาน โดยระบุถึงการให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติงานตามแผนฟื้นฟูกิจการรถไฟ ตามมติคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ให้สำเร็จเป็นรูปธรรม ตลอดจนมุ่งขับเคลื่อนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานให้สำเร็จตามแผนงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบการขนส่งทางราง ให้เป็นระบบขนส่งหลักของประเทศ ที่มีประสิทธิภาพ สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย

นายวีริศ กล่าวว่า ตนมีความพร้อมที่จะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการรถไฟฯ ทันที เนื่องจากตระหนักดีถึงความสำคัญของบทบาท และภารกิจของการรถไฟฯ ในฐานะองค์กรรัฐวิสาหกิจด้านการขนส่งที่ใหญ่สุดของประเทศ ซึ่งขณะนี้การรถไฟฯ มีภารกิจที่ต้องเร่งดำเนินการในหลายด้าน และ ถือว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทาย ซึ่งตนจะทำงานอย่างเต็มความสามารถ และต้องอาศัยการทำงานเป็นทีมจากทุกฝ่าย โดยตั้งเป้าหมายพัฒนาโครงสร้างระบบรางของประเทศไทยให้เป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางหลักภายในประเทศ รวมทั้ง อยากพัฒนาองค์กรการรถไฟฯ ให้มีการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Advertisement

“ในฐานะผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย คนที่ 20 ผมมีความพร้อมที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนภารกิจรถไฟอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งทางรางของไทยให้แข่งขันกับนานาประเทศ รวมถึงเป็นฟันเฟืองหลักในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจทั้งระดับบนและฐานราก ตลอดจนยกระดับคุณภาพชีวิตในการเดินทางขนส่งที่ดีต่อพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนต่อไป” นายวีริศ กล่าว

นายวีริศ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ตนมีความตั้งใจที่จะเร่งดำเนินการสานงานต่องาน ตามนโยบายของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และรัฐบาล ในการขับเคลื่อนโครงการลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานขนส่งรางให้สำเร็จตามแผน อาทิ โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะที่ 1 จำนวน 4 โครงการ และระยะที่ 2 อีก 6 เส้นทาง โครงการรถไฟทางคู่สายใหม่ โครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา รวมถึงโครงการรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย

ตลอดจนการมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมระบบรางของไทยให้เติบโตต่อเนื่อง พร้อมกับขยายขีดความสามารถการขนส่งทางราง ให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการขนส่งทางรางในภูมิภาคอาเซียนให้ได้โดยเร็ว ภายใต้กรอบทิศทางการดำเนินงานสู่วิสัยทัศน์ “เพิ่มโอกาส เพิ่มคุณค่า ลดภาระของรัฐ พัฒนาบุคลากร” จำนวน 6 ด้าน ได้แก่ 1.ดำเนินกิจการเพื่อเพิ่มรายได้ 2.พัฒนาการให้บริการ 3.การลดรายจ่าย 4.บริหารจัดการด้านบุคลากร 5.สนับสนุนประสานงานติดตาม และเร่งรัดโครงการ โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญตามนโยบายรัฐบาล และ 6.ดำเนินโครงการด้านสิ่งแวดล้อมและสังคม

นอกจากนี้ นายวีริศ เผยว่า ตนจะให้ความสำคัญต่อการร่วมพบปะหารือกับพนักงานการรถไฟฯ และสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจรถไฟแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมรับฟังความคิดเห็นและนำมาปรับใช้ในการปฏิบัติงานร่วมกัน ตลอดจนดูแลด้านสวัสดิการต่าง ๆ ให้พนักงานการรถไฟฯ สร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งในส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค เพื่อนำข้อมูล ทุกความคิดเห็นจากคนรถไฟ มาสานต่องานให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยใน 3 เดือนแรก ตนตั้งใจจะมาดูระบบการทำงานของ การรถไฟฯ เบื้องต้น ซึ่งจะใช้เวลา 1 เดือนในการศึกษางานทั้งหมดอย่างละเอียดและ จะมีการแบ่งงานในองค์กรให้ชัดเจน รวมถึง การเริ่มเข้ามาแก้ปัญหาที่สะสมค้างมานาน เช่น การแก้ปัญหาหนี้สิน

นายวีริศ กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีที่หลายฝ่ายตั้งข้อสงสัยกับตน เกี่ยวกับ การที่ตนนั้นได้เข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ว่าการรถไฟฯคนใหม่เนื่องจากมีความสนิทสนมกับนายสุริยะนั้น ประเด็นนี้ ขอชี้แจงว่า ตนเป็นคนที่ตั้งมั่นและมุ่งมั่นที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติมาตั้งแต่เริ่มต้นชีวิตการทำงาน อีกทั้งที่ผ่านมามีประสบการณ์ทำงานในองค์กรที่ก่อให้เกิดการพัฒนาประเทศมาหลายแห่ง และขอยืนยันว่าการเข้ามาสมัครผู้ว่าการฯ ในครั้งนี้นับเป็นจังหวะโอกาสหนึ่งที่ตนเห็นว่าตนมีศักยภาพพร้อมที่จะทำงานได้ ซึ่งตนก็เข้ามาสมัครตามกระบวนการอย่างถูกต้องและโปร่งใส

สำหรับประวัติ นายวีริศ อัมระปาล ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย คนที่ 20
– เกิดเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2518 ปัจจุบันอายุ 49 ปี
– จบการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์บัณฑิต สาขาอุตสาหการ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติ
สิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
– จบการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาการวิจัยดำเนินงาน มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย สหรัฐอเมริกา
– จบการศึกษาระดับปริญญาเอก สาขา วิศวกรรมอุตสาหการและระบบ มหาวิทยาลัยรัทเกอร์ส สหรัฐอเมริกา สาขาความเชี่ยวชาญด้านระบบสนับสนุนการตัดสินใจ ด้านการบริหารความเสี่ยง ด้านระบบการจัดการภาคการผลิตและการขนส่ง และด้านการบริหารระบบซ่อมบำรุง

ประวัติการทำงานที่ผ่านมา
– ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ (ด้านการพาณิชย์)
– ที่ปรึกษารัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม (ด้านวิชาการ)
– คณะกรรมการจราจรขนส่งแห่งประเทศไทย กระทรวงคมนาคม
– อาจารย์ และหัวหน้าศูนย์วิจัยการคมนาคม สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธรมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
– กรรมการบริหารศูนย์เทคโนโลยีและวัสดุแห่งชาติ
– กรรมการสภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
– ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย