เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมโกศ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 119 วัน ตลอดทั้งวันพบว่าพสกนิกรทุกหมู่เหล่าจากทั่วสารทิศของประเทศไทย เดินทางมารอต่อแถวเข้าถวายสักการะพระบรมศพอย่างไม่ขาดสาย

พล.ต.ต.สมชาย เกาสำราญ ผู้บังคับการตำรวจทางหลวง กล่าวภายหลังร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลพระบรมศพ ว่า กองบังคับการตำรวจทางหลวงเป็นหน่วยงานราชการที่ได้ถวายงานในหลวงรัชกาลที่ 9 มาโดยตลอด เวลาที่พระองค์เสด็จฯ ไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดเยี่ยมเยียนราษฎรทุกครั้ง ตำรวจทางหลวงมีหน้าที่ถวายงานในด้านความปลอดภัย แม้ว่าหลังจากที่พระองค์เสด็จสวรรคตแล้ว ตำรวจทางหลวงก็ยังน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณมาโดยตลอด ทุกครั้งที่เสด็จฯ พวกเราได้เห็นพระราชจริยวัตรอันงดงามของพระองค์ในเรื่องการดูแลทุกข์สุขประชาชน จึงได้นำมาปลูกฝังให้ผู้ใต้บังคับบัญชา ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนก็ได้เห็นและรับรู้อยู่ทุกครั้ง ขณะที่เรื่องราวประทับใจ พระองค์ทรงเน้นย้ำให้ตำรวจทางหลวงดูแลและให้บริการประชาชนเป็นหลัก ให้ประชาชนอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องร้องขอ โดยเฉพาะในเรื่องของการใช้รถใช้ถนน
“ตลอดเวลากว่า 10 ปี ที่ได้มีโอกาสรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท จำได้ว่า สมัยก่อนเครื่องมือสื่อสารยังไม่ทันสมัย โทรศัพท์มือถือยังไม่แพร่หลาย พระองค์ทรงแนะนำให้ใช้วิทยุสื่อสารมาใช้ในการทำงาน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการช่วยเหลือประชาชน รวมถึงแนะให้ประชาชนที่อยู่ถิ่นทุรกันดารใช้วิทยุติดต่อกับเจ้าหน้าที่เพื่อให้เข้าไปให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที ซึ่งในปัจจุบันก็ยังคงใช้อยู่ นอกจากนี้ยังทรงไม่เคยถือพระองค์ว่าเป็นพระมหากษัตริย์ เวลาจะเสด็จฯ ไปแห่งหนใด ก็จะทรงมีรับสั่งให้เปิดการจราจรฝั่งตรงข้ามให้มีการสัญจรตามปกติ ไม่กระทบการดำเนินชีวิตของประชาชน แต่ทุกครั้งก็จะมีประชาชนมาเฝ้าฯ รับเสด็จตลอดเส้นทางอย่างเนืองแน่น แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีที่ชาวไทยมีต่อพระองค์ท่าน” พล.ต.ต.สมชาย กล่าว

นาวาอากาศเอกวีระยุทธ ดิษยะศริน ประธานมูลนิธิอนุรักษ์และพัฒนาอากาศยานไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมกีฬาทางอากาศและการบินแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า ทั้งสององค์กรอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ องค์กรเรามีความเทิดทูนในสถาบัน ทำตามคำสอนของพระองค์ โดยเอามาใช้ในกีฬาและการดำเนินการงานมูลนิธิ อาทิ ประหยัด การมีส่วนร่วม การทำงานกันเป็นทีม ยอมรับความคิดเห็นของเพื่อนร่วมงาน ตลอดเวลา 30 ปีของการดำเนินงานมูลนิธิฯ ภายใต้หลักน้ำใจนักกีฬา เน้นความเสมอภาค ไม่เอาเปรียบ ไม่โกง
“พระองค์ทรงมีพระอัจฉริยภาพในหลายๆ ด้าน ทั้งดนตรี ศิลปะ โดยเฉพาะด้านกีฬาที่ทางสมาคมได้น้อมนำมาใช้และยึดเป็นแบบอย่าง นอกจากนี้โดยส่วนตัวในการดำเนินชีวิตได้น้อมนำหลักของความซื่อสัตย์ ซื่อตรง ไม่ออกนอกระเบียบ ทั้งนี้ หากดำเนินภายใต้กฎระเบียบก็จะไม่มีสิ่งใดมาทำร้ายได้ อะไรที่ผิดกฎหมายไม่ควรทำ บางครั้งเราอาจทำด้วยความตั้งใจดี แต่เมื่อผิดกฎระเบียบสิ่งเหล่านี้จะกลับมาทำร้ายตัวเองได้ นอกจากนี้ฝากถึงคนรุ่นใหม่ไม่ว่าจะเล่นกีฬาอะไรต้องศึกษาอย่างถ่องแท้ มีน้ำใจนักกีฬา และสำคัญที่สุด ความมีจรรยาบรรณ” นาวาอากาศเอกวีระยุทธ กล่าว

นางสมสวาท อินทรสิทธิ์ อายุ 85 ปี ชาวจังหวัดสกลนคร มาพร้อมกับลูกสาวลูกชายและลูกสะใภ้รวม 5 คน กล่าวภายหลังที่ได้สักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ว่า รู้สึกตื้นตันใจปลาบปลื้มอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ผ่านมาในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ แก่ชาวจังหวัดสกลนครเป็นอย่างมาก ทรงพระราชทานแนวทางแก้ไขปัญหาภัยแล้งให้ชาวนาชาวไร่มีน้ำใช้ในการเกษตร จากผืนดินแห้งแล้งแต่ด้วยโครงการในพระราชดำริฯหลายโครงการของพระองค์จึงทำให้เกษตรกรทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นจากหน้ามือเป็นหลังมือ
“สมัยก่อนในหลวงรัชกาที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จฯ แปรพระราชฐานไปพระตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จ.สกลนคร เราก็มีโอกาสได้รับเสด็จฯ ทั้ง2 พระองค์ ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระราชินี ทั้ง 2 พระองค์ทรงมีพระพักตร์เปี่ยมไปด้วยพระเมตตา ทรงทักทายราษฎรอย่างไม่ได้ถือพระองค์ ตอนนั้นจังหวัดสกลนครแห้งแล้งหนักมากไม่มีน้ำใช้ในการเกษตร ผืนดินแห้งผาก พระองค์ได้พระราชทานแนวคิดให้สร้างฝายน้ำพุงขึ้นมาเพื่อกักเก็บน้ำไว้ในในฤดูทำนา จึงทำให้ประชาชนที่อยู่เหนือและใต้ฝายน้ำพุงมีน้ำใช้ในการทำนาทำไร่ มีเงินพอเลี้ยงครอบครัว อย่างตัวยายเองก็เพราะได้อาศัยน้ำจากฝายน้ำพุง จึงทำนาได้ผลกำไรงอกงามสามารถส่งลูกทั้ง 7 คนจนเรียบจบปริญญา มีงานมีการทำที่ดีกันทุกคน และทุกวันนี้ถึงแม้ลูกหลานจะมีงานทำกันหมดแล้ว แต่ยายก็ยังทำนา ปลูกผัก เลี้ยงปลา ไว้กินเอง และอีกส่วนหนึ่งก็เอาไปขาย ที่ตลาด อันเป็นการสานต่อหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง”นางสมสวาทกล่าว
ทั้งนี้ สำนักพระราชวังสรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ หลังสำนักพระราชวัง ปิดเวลา 21.40 น.ว่า มีจำนวน 25,658 คน รวม 118 วัน มี 4,841,459 คน และประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงินยอดเงิน 2,732,177.25 บาท รวม 118 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 409,243,912.84 บาท




