เชียงใหม่ จัดเวทีปรองดองครั้งแรก สั่งปิดมือถือ ห้ามเจ้าหน้าที่ใช้โทรศัพท์ ผู้ว่าฯ เผยมีเสียงตอบรับดี คนขอเข้าร่วมเกินเป้าหมาย 200 คน เตรียมเพิ่ม จำนวนผู้เข้าประชุม กำนันแม่แตง บอก ปรองดองทำได้ยาก ชี้ชนชั้นนำ-ผู้มี อำนาจ จัดสรรอำนาจ-ผลประโยชน์ไม่ลงตัว แนะเปิดเวทีระดับหมู่บ้าน-จังหวัด ให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ด้านหอการค้า เสนอแก้การเมือง ให้ชาวบ้านอยู่ดีกินดี
วอนเลือกตั้งโดยเร็วไปสู่ ปชต. หวังการเมืองมีเสถียภาพ ประเทศมั่นคง
วันที่ 1 มีนาคม 2560 ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ต.ช้างเผือกอ.เมือง จ.เชียงใหม่ นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) จังหวัดเป็นประธานเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น เพื่อความสามัคคีปรองดองในระดับพื้นที่ครั้งแรก ตามนโยบาย พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาร ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการ กอ.รมน.ราชอาณาจักร มี พ.อ.โรมรัน ชูก้าน รองผู้อำนวยการกอ.รมน.จังหวัด นางวิภาวัลย์ วรพุฒิพงค์ ประธานหอการค้าจังหวัด นางศิริพรตันติพงษ์ ประธานสภอุตสาหกรรมจังหวัด นายกมลศิษฐ์ โรจน์ธนวิภัช นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัด นายกิตติศักดิ์ เมฆขจร นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.แม่แตง พร้อมข้าราชการ นักธุรกิจ กำนันผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมกว่า 50 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ที่จังหวัด และ กอ.รมน.จังหวัด คัดเลือกเข้าร่วมเวที รวม 35 คน ซึ่งก่อนเข้าประชุม ได้ขอให้ผู้ร่วมประชุมปิดมือถือ และห้ามเจ้าหน้าที่ที่รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และจดบันทึก นำมือถือเข้าห้องประชุม ขณะปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยไม่ให้สื่อมวลชน เข้ารับฟังอย่างใด
นายปวิณ กล่าวว่า สิ่งที่ราชการและฝ่ายความมั่นคงต้องการจากเวทีดังกล่าว คือความสามัคคี ปรองดอง พร้อมข้อเสนอแนะใน 10 หัวข้อ อาทิ การเมือง ความยุติธรรม ความเหลื่อมล้ำ ความเท่าเทียมและเสมอภาค ซึ่งสรุปประเด็นความคิดเห็นและข้อเสนอ แต่ละครั้ง เพื่อนำไปประมวลรวมกับการจัดเวทีดังกล่าว รวม 6ครั้ง ก่อนนำเสนอกองทัพภาคที่ 3 และ กอ.รมน.ส่วนกลาง ซึ่งการประชุมดังกล่าวเป็นเวทีเปิดสามารถแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะได้อย่างเต็มที่ เพื่อนำไปสู่การทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาชาติ ระยะ 20 ปีข้างหน้า ซึ่งเวทีดังกล่าว มีเสียงตอบรับดี ขณะนี้มีผู้ตอบรับและขอเข้าร่วมเกินเป้าหมาย จำนวน 200 คน ดังนั้นจะเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ตามความเหมาะสมกับสถานที่ด้วย
นายกิตติศักดิ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่มีเวทีปรองดอง แต่ชนชั้นนำ และผู้มีอำนาจยังจัดสรรอำนาจ ผลประโยชน์ ไม่ลงตัว ทำให้การปรองดองระดับล่าง ทำได้ยากเพราะมีระบบอุปถัมภ์ที่ฝังรากลึกในสังคมมานาน หากให้ปรองดองประสบผลสำเร็จ ชนชั้นนำและผู้มีอำนาจ ต้องเจรจาและมีข้อยุติเสียก่อน และเปิดโอกาสให้คนระดับล่าง หรือรากหญ้ามีส่วนร่วมมากขึ้น ควรเปิดเวทีดังกล่าว ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบลอำเภอ และจังหวัด เพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม หรือทุกฝ่าย หากชนชั้นนำ และผู้มีอำนาจ ไม่สามารถแบ่งปันอำนาจ และผลประโยชน์ได้ ก็ไม่สามารถแก้ขัดแย้งได้เป็นโจทย์ที่แก้ยากพอสมควร แต่การปรองดอง เกิดขึ้นได้ แต่ต้องใช้เวลาอีกนาน
นางวิภาวัลย์ กล่าวว่า ภาคเอกชน เห็นด้วยมีเวทีปรองดอง นำไปสู่ความสามัคคีไม่แบ่งแยก หรือเลือกข้าง เป็นการสนับสนุนนโยบายพัฒนาประเทศ หรือไทยแลนด์ 4.0 เพื่อให้การค้า ลงทุน ท่องเที่ยว สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติและแข่งขันเวทีโลกได้ เพราะเรื่องสำคัญคือ ด้านเศรษฐกิจ ปากท้องชาวบ้านหากเศรษฐกิจดี ประชาชนอยู่ดีกินดี ส่วนข้อเสนอ อยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม พัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น อยากเห็นการเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อนำไปสู่ประชาธิปไตย และการเมืองที่มีเสถียภาพ ควบคู่กับเศรษฐกิจ และสังคม ที่มีความเข็มแข็ง มั่นคง เพื่อขับเคลื่อนพัฒนาชาติไปพร้อมกัน

