วันที่ 24 กุมภาพันธ์ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาป่าสักใต้ ซึ่งกำกับดูแลเขื่อนพระรามหก ที่อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อบริหารจัดการน้ำ จากเขื่อนทดน้ำแห่งแรกของประเทศไทย เข้าคลองระพีพัฒน์ ในการส่งน้ำ เพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค ไปยังพื้นที่ฝั่งตะวันออกของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และส่งน้ำต่อไปยังทุ่งรังสิต ทุ่งหนองเสือ จ.ปทุมธานี โดยได้มีการบริหารจัดการน้ำ ให้คุ้มค่าที่สุด ด้วยน้ำต้นทุนที่ไหลมาหน้าเขื่อน มาจาก 2 สาย คือจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ผ่านแม่น้ำป่าสัก และจากเขื่อนเจ้าพระยา ผ่านคลองชัยนาท-ป่าสัก รวมแล้วประมาณ 15-20 ลบ.ม./วินาที ซึ่งได้จัดการแบ่งน้ำ โดยปล่อยลงท้ายเขื่อนลงแม่น้ำป่าสัก ในอ.ท่าเรือและนครหลวง เพื่อรักษาระบบนิเวศน์และการขนส่งทางน้ำที่ ไม่เกิน 13 ลบ.ม./วินาที ส่งเข้านิคมอุตสาหกรรม 1 ลบ.ม./วินาที และส่งเข้าคลองระพีพัฒน์ที่ประมาณ 6-13 ลบ.ม./วินาที เท่านั้น

นายประเสริฐ เล็กรุ่งเรืองกิจ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการฯ เปิดเผยว่า น้ำต้นทุนมีน้อย จึงต้องแบ่งปันน้ำ เพื่อบรรเทาภาวะภัยแล้ง และขอร้องให้ชาวนาหยุดทำนาปรังในนี้ด้วยเช่นกัน

