“บิ๊กเต่า” ไม่กลัว “ม็อบช้าง” ขู่ ล้อมทำเนียบ ให้กำลังใจ จนท. แก้ปัญหาช้างทำตามกฎหมาย

1.03.17 | 17:05 น.

เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีทส. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่มผู้เลี้ยงช้างทั่วประเทศนำโดยนายลายทองเหรียญ มีพันธ์ เจ้าของวังช้างแลเพนียด จ.พระนครศรีอยุธยา จะนำช้าง 100 เชือกมาปิดล้อมทำเนียบรัฐบาล เพื่อร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี เนื่องจากไม่พอใจการทำงานของชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เรื่องการยึดอายัดช้าง ในวันที่ 13 มีนาคม นี้ ว่า เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับ 2 ส่วน คือช้างบ้าน ที่กระทรวงมหาดไทยดูแล และช้างป่าที่อยู่ในความรับผิดชอบของทส.ทั้งนี้ภายใต้ข้อตกลงของอนุญาสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (ไซเตส) จึงมีการตรวจดีเอ็นเอช้างบ้านทั่วประเทศ เพื่อจัดทำตั๋วรูปพรรณใหม่ ป้องกันการนำข้างป่ามาสวมสิทธิ์เป็นช้างบ้าน ซึ่งจากการทำงานของเจ้าหน้าที่พบว่ามีตั๋วรูปพรรณไม่ตรงกับดีเอ็นเอของช้าง จึงมีข้อถกเถียงเกิดขึ้น จนถึงขั้นจะนำช้างเข้ามาล้อมทำเนียบ ซึ่งในเรื่องดังกล่าวก็ทราบว่า มีการพูดคุยเจรจากับเจ้าของปางช้างแล้ว โดยเป็นหน้าที่หลักของผู้ว่าราชการจังหวัดที่จะพูดคุยทำความเข้าใจ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการเจรจา และตนมั่นใจว่าการเจรจาจะประสบความสำเร็จ แต่ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ทำตามระเบียบของกฎหมาย และการดำเนินการตรวจดีเอ็นเอก็มีห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน

พล.อ.สุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่กลุ่มชาวช้างร้องเรียนต่อนายกรัฐมนตรี ขอให้ปลดนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ และหากไม่ดำเนินการจะร้องเรียนให้มีการปลดตนพ้นจากตำแหน่ง รัฐมนตรีทส. ด้วยนั้น ก็ไม่ได้กังวลในเรื่องนี้ ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ทำตามขั้นตอนของกฎหมาย และกรมอุทยานฯ เองก็มีข้อมูลการดำเนินการทั้งหมดอยู่แล้ว ทั้งนี้เมื่อมีกลุ่มชาวช้างออกมาเคลื่อนไหวตนก็ไม่ได้กดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้ยุติหรือเร่งการดำเนินการแต่อย่างใด แต่ขอให้ทุกคนทำงานตามหน้าที่และตามขั้นตอนของกฎหมาย ตนขอให้กำลังใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ ทั้งชุดพญาเสือ ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ และชุดฉลามขาว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ซึ่งเวลานี้ทุกคนก็ต้องใจทำงานอย่างเต็มที่

ด้านนายชัยวัฒน์ กล่าวถึงกรณีปลัด อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ฟ้องกลับหัวหน้าชุดพญาเสือกล่าวหาออกตั๋วรูปพรรณซ้ำซ้อน ว่า ตนพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่เรื่องนี้ไม่ต้องมาฟ้องกลับตน ให้ไปดูที่หลักเกณฑ์การออกตั๋วรูปพรรณช้าง ซึ่งทางกรมการปกครองรู้ดีและมีหลักเกณฑ์ในการดำเนินการชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งใบ สพ.5 ฉบับจริงถูกนำไปออกตั๋วที่ จ.พระนครศรีอยุธยาไปแล้ว แต่ในปีเดียวกันคือเดือน พฤศจิกายน ปี 2557 กลับมีการนำสำเนาใบ สพ. 5 มาออกตั๋วรูปพรรณซ้ำซ้อนที่ อ.ไทรโยค อีก พอชุดพญาเสือไปตรวจเจอก็แจ้งหาย ซึ่งการออกตั๋วต้องใช้ฉบับจริงเท่านั้น และต้องนำช้างมาแสดงด้วย แทนที่จะฟ้องกลับตนจึงขอให้อธิบายเรื่องตั๋วรูปพรรณมานำมาออกใหม่ได้อย่างไร

แหล่งข่าวผู้บริหารทส. กล่าวว่า ในการเคลื่อนย้ายช้างจะต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าราชการจังหวัด และการนำช้างมาล้อมทำเนียบไม่ใช่เรื่องเล็กๆ รัฐบาลไม่ต้องการให้มีแรงกระเพื่อมทางการเมืองใดๆ ในช่วงเวลานี้ แต่ต้องการให้สถานการณ์นิ่งและสงบ ถ้าหากผู้ว่าราชการจังหวัดไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ก็ต้องรับผิดชอบในเรื่องนี้ ทั้งนี้ในวันที่ 2 มีนาคม นี้ กรมอุทยานฯ นายเฉลิมชัย ปาปะทา รองอธิบดีกรมอุทยานฯ พร้อมด้วย น.ส.กณิตา อุ่ยถาวร หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า จะเปิดให้สื่อมวลชนและผู้ที่เกี่ยวข้องเยี่ยมชมการทำงานด้านนิติวิทยาศาสตร์ทุกขั้นตอน เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นผลการตรวจดีเอ็นเอช้างด้วย