เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่กระทรวงสาธารณสุข(สธ.) นายสุรพงษ์ กองจันทึก ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษากะเหรี่ยงและพัฒนา กล่าวภายหลังประชุมหารือเกี่ยวกับการได้สิทธิ (คืนสิทธิ) ขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขกับบุคคลที่มีปัญหาสถานะและสิทธิ ว่า ที่ประชุมมีหลายภาคส่วนเข้าร่วม ทั้งกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย สำนักงบประมาณ ซึ่งสรุปได้ว่าการคืนสิทธิจะดำเนินการใน 2 กลุ่ม คือ 1.บุคคลดั้งเดิม หรือคนโพ้นทะเล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนสัญชาติจีนที่อยู่ในประเทศไทยมานานมาก แต่ไม่ได้เลขสถานะ ไม่ได้สิทธิสุขภาพ และ2. เด็กนักเรียนที่ได้สิทธิการศึกษาในสถานศึกษาที่ภาครัฐให้สิทธิ โดยเดิมทีคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติเห็นชอบแล้วเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2558 แต่ให้กลับมาพิจารณาเรื่องตัวเลขให้ชัดเจน
“จากการประชุมครั้งนี้ได้มีการสรุปตัวเลขใหม่อีกครั้ง โดยในกลุ่มคนโพ้นทะเลมีจำนวน 38,154 คน ซึ่งกลุ่มนี้มีการพิจารณาได้สถานะ แต่จะต้องมีการขึ้นทะเบียนอีกครั้ง เนื่องจากหลายคนอายุมากและอาจเสียชีวิตไปแล้ว และกลุ่มนักเรียนที่ได้สิทธิการศึกษา หรือที่เรียกว่าเด็กกลุ่มจี มีจำนวนทั้งหมด 90,337 คน แต่ไม่รวมเด็กนักเรียนที่เดินทางไปกลับอีกจำนวน 629 คน โดยทั้งหมดจะมีการเสนอต่อครม. และจะเสนอของบประมาณรายหัวประมาณ 2,200 บาทต่อคน โดยผ่านเข้าสู่กองทุนคืนสิทธิของกระทรวงสาธารณสุข” นายสุรพงษ์ กล่าว และว่า หลังจากนี้จะมีการเวียนข้อสรุปจากที่ประชุมไปยังหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง และนำเข้าสู่ครม.พร้อมกันทั้ง 2 กลุ่มทีเดียว ซึ่งที่ประชุมกำชับให้ดำเนินการโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเกรงว่าจะไม่ทันของบผ่านปีงบประมาณ 2561 ซึ่งกำหนดสุดท้ายช่วงเดือนเมษายนนี้

