เมื่อวันที่ 1 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.ท.วิทยา ประยงค์พันธุ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผู้ช่วยผบ.ตร.) กล่าวถึงแผนการรับมือปัญหาจราจร หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้บริเวณใต้สะพานไทย-เบลเยียม ถ.พระรามสี่ เขตปทุมวัน ตั้งแต่เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้สามารถเปิดใช้ถนนบนสะพานได้1ฝั่ง ทางด้านทิศใต้หรือขาออก โดยทำช่องทางพิเศษให้วิ่งสวนเลนได้ ในเวลา 10.00น.-15.00น. และเวลา 20.00น.-06.00น. ส่วนทางด้านทิศเหนือ อยู่ระหว่างปิดซ่อมแซม แผนจราจรจะใช้วีธีขยายการรับรถจากพื้นราบเป็นหลัก และใช้ระบบเปิดช่องทางพิเศษขาเข้า กรณีที่ช่วงเช้าชั่วโมงเร่งด่วน จะให้ใช้สะพานเต็มรูปแบบ ในช่วงเย็นจะเปิดช่องทางพิเศษประมาณ 50 เมตร เพื่อจะมาขึ้นสะพานทางทิศใต้ย้อนกลับไปถนนพระราม4 เช่นเดิม โดยพื้นราบจะใช้ระบบไฟสัญญานเหมือนเดิม ฉะนั้นจึงไม่ต้องไปกลับรถที่ สน.ลุมพินี และขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าในช่วงเย็น เวลา 15.00น.-20.00น. จะปรับเป็นเส้นขาออก เต็ม 2 ช่องทาง เปิดช่องทางพิเศษรองรับปริมาณรถขาออกเป็นหลัก ส่วนตอนเช้าเวลา 06.00-10.00 น.จะรับรถเต็มทั้งสองเลนบนสะพานไทย-เบลเยียม เป็นขาเข้า แต่เวลากลางวัน จะให้ใช้ช่องละเลน แผนนี้เคยใช้มาเมื่อครั้งปิดซ่อมสะพานไทย-เบลเยียม ครั้งที่แล้ว
ผู้ช่วยผบ.ตร. กล่าวว่า โชคดีที่สะพานด้านทิศใต้ยังใช้งานได้อยู่ สำหรับประชาชนที่ใช้เส้นทางพระรามสี่ด้านคลองเตย สะพานเหลือง เนื่องจากถนนพระรามสี่ จะรับรถจุดขึ้นลงเป็นทางหลักและเข้าสู่ใจกลางเมือง บริเวณถนนสาทร และเข้ามาสู่ถนนราชปรารภ ถนนราชดำริ บริเวณนี้จะเป็นปัญหานิดหน่อย ถ้าช่วงเย็นถนนพระรามสี่ ขาออก ไปขึ้นทางด่วนที่บ่อนไก่ บริเวณทางขึ้นสั้นรองรับรถได้ไม่มาก ปริมาณรถจะเยอะออกมาท้ายแถวบริเวณถนนพระรามสี่ ถ้าไปทางบางนาจะเลี้ยงขวา รถเยอะเช่นกัน ทำให้ทั้งสองฝั่งคับคั่ง จะกระทบมายังสะพานไทย-เบลเยียม โดยตรง ตอนเย็นจะเป็นปัญหามาก
ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวต่อว่า สำหรับเส้นทางเลี่ยงแนะนำให้ใช้ทางด่วนเพลินจิต สุขมวิท เพชรบุรี ทดแทน กรณีที่ต้องการใช้ทางด่วน เพราะทางด่านพระรามสี่ พระรามสอง ค่อนข้างรถติดในช่วงเย็น ปกติถ้าเป็นชั่วโมงเร่งด่วนแยกต่อแยกก็จะมีปัญหาอยู่แล้ว จะต้องรีบแก้ไข ดังนั้นจึงสั่งการว่าต้องเร่งระบายรถก่อนเวลา 15.00 น. เพื่อไม่ให้มีรถสะสมในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน จะได้ไม่กระทบต่อเนื่องเป็นลูกโซ่ อีกอย่างต้องเข้าใจว่าปริมาณรถบนถนนในกรุงเทพฯ ณ สิ้นปี 2559 มีประมาณ 9.4 ล้านคัน สิ้นปี 2560 คาดว่าจะมีการจดทะเบียนเพิ่ม รวมมีกว่า 10 ล้านคัน แต่ผิวถนนสามารถรองรับได้เพียงแค่1.7 ล้านคัน ต้องรอระบบขนส่งมวลชน ระบบรางช่วยแก้ปัญหา คาดว่าอีก2ปี ปัญหาต่างๆจะคลี่คลายลง
ขณะที่ พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รองผบช.น. กล่าวว่า จากการเปิดสะพานเมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา พบว่าปริมาณรถที่อยู่บริเวณแยกพระรามสี่ขาออกและเขาเข้าเกือบเข้าสู่ภาวะปกติ ท้ายแถวอยู่แค่บนสะพานไทย-เบลเยียม ส่วนขาเข้าก็ไม่ค่อยติด ส่วนช่วงเย็นตั้งแต่ 15.00 น. อาจชะลอตัวบ้าง เบื้องต้นได้จัดตำรวจจราจรไว้ทั้งหมด20นาย คอยอำนายความสะดวกจนกว่าการจราจรจะคลี่คลาย เมื่อช่วงเช้า ตนได้ประชุมร่วมกับผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและวิศวกร ทราบว่ามีการซ่อมชั่วคราวไปก่อน มีเสาเหล็กค้ำยัน เพื่อให้เกิดความแข็งแรง
รองผบช.น.กล่าวต่อว่า จากการตรวจสภาพ แม้สะพานฝั่งทิศใต้ยังใช้ได้ มีการซ่อมเสริมเสาเหล็กค้ำยันแต่สภาพประมาณ70เปอร์เซ็นต์ จึงห้ามรถมากว่า4ล้อขึ้นเด็ดขาด วันนี้จะติดตั้งแนวกั้นความสูง และติดป้ายประชาสัมพันธ์ ส่วนสะพานด้านที่เสียหายมาก กทม.สั่งทีมโยธาฯซ่อมแบบฉุกเฉิน ในเลนฝั่งขอบซ้ายจะใช้เวลา 5-6 วันในการซ่อมแซม ในฝั่งขาออกเปิดจราจรได้1ช่องทาง ส่วนที่เหลือใช้เวลาซ่อมไม่เกิน30วัน จะสามารถเปิดใช้ได้ การซ่อมในลักษณะนี้สามารถใช้งานไปได้ แต่ห้าม รถ มากกว่า 4ล้อ ใช้งาน จะดำเนินการให้กระทบกับพี่น้องประชาชนน้อยที่สุด
ส่วนพล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงนอก ผบก.จร. กล่าวว่า สะพานไทย-เบลเยียม วันหนึ่งมีปริมาณรถเกือบ200,000คัน เป็นการเก็บข้อมูลตั้งแต่ 07.00 น. -19.00 น. และเก็บทุกแยกเนื่องจากเป็นนโยบาย รถที่ใช้เส้นทางบนสะพานมาใช้พื้นราบ ถ้ารถเต็มจะส่งผลมากพอสมควร แต่หลังจากที่มีการวางแผนจะช่วยบรรเทาได้ระดับหนึ่ง แต่ขณะเดียวกันในจำนวนรถเกือบสองแสนคันนี้ที่ไม่จำเป็นต้องผ่านแยกวิทยุอย่างเดียว ปริมาณรถอาจไม่ถึง200,000คันต่อวัน จะอยู่ระหว่าง100,000คัน เพราะกระจายไปตามเส้นทางเลี่ยง ไม่ว่าจะเป็นถนนพระราม 3 ถนนราชนครินทร์ ถนนราชดำริ ถนนสุขุมวิท ถนนพระรามหนึ่ง เป็นต้น
ขณะที่พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงสาเหตุของเพลิงไหม้ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตรวจที่เกิดเหตุได้เก็บพยานหลักฐาน อยู่ระหว่างรอเพื่อชี้ว่าเพลิงไหม้เกิดจากสาเหตุใด จะเป็นวางเพลิงหรือไม่ ทั้งหมดรอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการก่อน เบื้องต้นยังไม่มีการตัดประเด็นใดทิ้ง ส่วนกรณีที่ระบุว่าเกิดจากผู้ใช้รถใช้ถนนโยนก้นบุรีลงไปทำให้เกิดเพลิงไหม้นั้น อยู่ในสำนวนที่ต้องพิสูจน์ทราบ เนื่องจากสิ่งที่เกิดส่งผลกระทบในวงกว้างกับคนที่ใช้รถใช้ถนน หลังจากนี้จะต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดหลายจุดทั้งของราชการ และเอกชน บริเวณโดยรอบ
ทั้งนี้ พล.ต.ท.วิทยา ยังกล่าวถึงการปิดการจราจรในบริเวณ 5 แยกลาดพร้าว เพื่อก่อสร้างตอม่อรถไฟฟ้า ว่า ในวันที่ 3 มีนาคม จะเริ่มปิดการจราจรสร้างในโซน บี บริเวณจุดกลางแยก มุ่งหน้า ถนนลาดพร้าวและพหลโยธิน โดยทำช่องทางเลี่ยง ไม่กระทบจราจรมากนัก ขณะที่ในการก่อสร้างโซน ซี ที่อยู่ติดกัน ส่งผลกระทบจราจรมากกว่าเดิมกำหนดทำในวันที่ 3 เมษายน แต่จะขอเลื่อนไปก่อน ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามจะจัดกำลังตำรวจจราจร 20นายอำนวยความสะดวก

