เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 1 มีนาคม ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน (บก.ตชด.)ภาค1 ต.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) แถลงความคืบหน้าหลังประชุมร่วมกับฝ่ายทหาร ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการติดตามจับกุมพระธัมมชโย อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายว่ากรณีการเสียชีวิตของน.ส.พัฒนา เชียงแรง โทษว่าเป็นการใช้มาตรา44 ทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นรายที่ 2 ทำไมไม่มองกลับบ้างว่าถ้าพระธัมมชโยมอบตัวจะไม่มีเหตุใดเกิดขึ้น
พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้ตามหาญาติ น.ส.พัฒนาได้แล้ว มีน้องชายบวชอยู่ที่วัด ส่วนผู้เสียชีวิตมาอยู่ในวัดพระธรรมกายมาหลายวันแล้ว เบื้องต้นจากการสอบถามญาติทราบว่าผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวเกี่ยวกับภูมิแพ้ โดยเมื่อเวลา 14.00 น.พนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งจึงเดินทางเข้าไปกับมูลนิธิเป็นชุดที่2เกือบหลังสุด พบนอนเสียชีวิตอยู่บนฟูก เบื้องต้นส่งศพ น.ส.พัฒนาไปที่สถาบันนิติเวช เพื่อชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต
“โดยชุดแรกมีผู้หญิง2คนมาขอความช่วยเหลือบกับเจ้าหน้าที่บริเวณคลองแอล ว่ามีผู้ป่วยจึงประสานรถกู้ภัยเดินทางเข้าไปทางบริเวณประตู 7 ใช้ระยะเวลาเดินทางจากประตู 7 ถึงที่เกิดเหตุประมาณ 10-15 นาที เข้าไปพบเป็นอาคาร4 ชั้น ประตูล็อกโดยพยายามเข้าไปช่วยเหลือแต่พบว่าเสียชีวิตแล้ว ส่วนตัวเชื่อว่าจะเสียชีวิตช่วงเวลา 12.00 น.-12.30 น. ต่อมาพบว่าพระนพพร มาแจ้งกับตำรวจ สภ.คลองหลวง ช่วงเวลา 12.30 น.โดยเวลานั้นเจ้าหน้าที่ชุดแรกถึงที่เกิดเหตุแล้ว ส่วนที่ว่าบอกเจ้าหน้าที่กักรถไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ไม่เป็นความจริง ทางการแพทย์ฉุกเฉินพร้อมให้บริการทุกเวลาทางผู้ปฏิบัติมีการประสานทำงานกันตลอด ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีกับผู้บิดเบือนข้อมูลหมิ่นประมาท ข้อเท็จจริงปรากฏขึ้นมา ดีเอสไอไม่ได้ทิ้งจะต้องสืบสวนต่อไปในประเด็นใครบกพร่อง ส่วนผู้ที่นำข้อมูลเท็จหรือบิดเบืยนข้อมูลเพื่อส่งต่ออาจเข้าข่ายพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่มีการประชุมวางแนวทางเพื่อจับกุมผู้กระทำผิดและขัดขืนคำสั่ง คสช.โดยมีการเชิญตัวนายไอย์ เพชรทอง แกนนำกลุ่มมวลชนวัดพระธรรมกายบริเวณตลาดกลางคลองหลวง มาและจับกุมแจ้งข้อหา การกระทำขัดขืนคำสั่ง คสช.ซึ่งนายไอย์ กระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระ วันนี้พบความผิดซึ่งหน้าจึงจับกุม ส่วนการดำเนินการขั้นตอนต่อไปอยู่ที่ดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนที่ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.ภ. 1 แต่งตั้งมาจำนวน 20 นาย ว่าจะปล่อยตัวชั่วคราวหรือนำตัวไปฝากขัง อัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท
“ขณะนี้พบความกระทำความผิดของพระภิกษุ 16 คน ในจำนวนนี้มีพระสนิทวงศ์อยู่ด้วย รวมถึงพระที่ทำร้ายเจ้าหน้าที่ ขณะนี้ทราบตัวแล้ว ส่วนฆราวาสเกือบ30คนที่มีหลักฐานชัดๆ ถ้าพบออกมาเคลื่อนไหวสามารถดำเนินการได้เลย เพราะผิดคำสั่งในพื้นที่ห้ามเข้า”พ.ต.อ.ทรงศักดิ์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 18.10 น.เจ้าหน้าที่ดีเอสไอควบคุมตัวนายไอย์ ที่ฝ่าฝืนคำสั่งพนักงานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ควบคุมพิเศษ มาที่ห้องประชุมหลังอาคาร บก.ตชด.ภาค1 โดยปิดม่านกั้นไม่ให้สื่อถ่ายภาพขณะนำตัวเข้าไปในห้อง

