เมื่อวันที่ 27 กันยายน พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. ร่วมกันสั่งการ พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.จักราวุธคล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฏศรี , พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. , ร.ต.ต.ทรงศักดิ์ เจียมสกุล รอง สว.ฯ , ร่วมกันจับกุม น.ส.วิราวรรณ์ หรือฟ้า วงษ์จันทร์ อายุ 23 ปี นายวราวุฒิ (สงวนนามสกุล) อายุ 18 ปี น.ส.ศิริศร ตองติดรัมย์ อายุ 23 ปี นายชาลี วงษ์จันทร์ อายุ 62 ปี และ น.ส.เจนจิรา ทองมณี อายุ 26 ปี ความผิดฐาน ” ร่วมกันฉ้อโกงโดยได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน , นำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนฯ ” ขณะหลบหนีมาหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่จังหวัดยโสธร
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่าจากแผนประทุษกรรมและพฤติการณ์มีลักษณะก่อเหตุกลุ่มผู้ต้องหาเป็นปกติธุระอีกทำให้ตำรวจชุดสืบสวนเชื่อว่าน่าจะมีผู้เสียหายหลายรายหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อจึงส่งรายงานการสืบสวนให้พนักงานสอบสวน สภ.แก้งสนามนาง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเสนอต่อศาลจังหวัดบัวใหญ่ พิจารณาออกหมายจับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดทั้งหมด ต่อมาเมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดบัวใหญ่พิจารณาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาที่ร่วมกันก่อเหตุทั้งหมด 5 ราย ตามพยานหลักฐาน ชั้นจับกุม น.ส.วิราวรรณ์ รับสารภาพว่าเรียนจนระดับชั้นม. 6 ผ่านการเรียน กศน. หลังจากเรียนจบไม่ได้ทำงานเป็นหลักแหล่ง เกี่ยวกับความผิดที่ถูกจับกุมขอสารภาพว่า เมื่อช่วงประมาณต้นปี 2565 รู้จักกับผู้หญิงชื่อผ่านเฟซบุ๊กรับจ้างเปิดบัญชี ขณะนั้นติดต่อขายบัญชีธนาคารให้กับผู้หญิงชื่อเมล์ แทบทุกบัญชีธนาคาร โดยหลังจากเปิดบัญชีธนาคารเสร็จเรียบร้อยได้ให้ข้อมูลเลขบัญชีธนาคาร , เบอร์โทรศัพท์ที่เปิดลงทะเบียนใช้งานโดยเลขบัตรประชาชนและใช้ผูกใช้งานกับผู้หญิงชื่อเมล์ ไปในคราวเดียวกัน โดยได้ค่าจ้างครั้งละ 200 ถึง 500 บาท หลังจากรับจ้างเปิดบัญชีประมาณครึ่งปีก็ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับและถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับการรับจ้างเปิดบัญชี 2 คดี โดยเมื่อช่วงปลายปี 2566 หลังจากจบคดีจึงหันมาก่อเหตุเอง โดยผู้หญิงชื่อเมล์ เป็นคนแนะนำ/สอนให้ก่อเหตุ โดยได้ใช้โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องเป็นเครื่องมือก่อเหตุ โดยปลอมเฟซบุ๊กของเพจขายวัตถุมงคลต่างๆ ประกอบด้วย เพจ “เพจ.โทน บางแค ” , เพจ ” คุณเม สาลิกาลิ้นทอง พระพิฆเนศ ราศีปีชง ” , เฟซบุ๊ก ” โทน บางแค ” ก่อนจะเข้าไปก่อเหตุหลอกให้ผู้เสียหายที่เข้าไปประมูลวัตถุมงคลในเพจนั้นซึ่งปลอมขึ้นให้หลงเชื่อโอนเงินเข้าบัญชีม้า โดยมีวิธีการในการก่อเหตุ คือ เมื่อเพจเกี่ยวกับวัตถุมงคลมีการโพสต์ประมูลหรือตั้งราคาลงขาย หรือทำการไลฟ์สดประมูลหรือตั้งราคาลงขาย วัตถุมงคล เมื่อมีลูกค้าประมูลได้ หรือสนใจสั่งซื้อจะสุ่มลูกค้าที่ประมูลได้ หรือสนใจลงราคาสั่งซื้อวัตถุมงคล โดยการทักข้อความส่วนตัวไปหาเฟซบุ๊กของลูกค้าดังกล่าว ผ่าน เซฟบุ๊ก ข้อความ โดยสวมรอยเป็นเพจจริง โดยให้ค่าจ้างแก่นายวราวุฒิ บุคคลที่มาทำหน้าที่รับจ้างเปิดบัญชีม้าให้ครั้งละ 500 ถึง 1,000 บาท โดยให้นายวราวุฒิ มาอยู่กินนอนด้วยกัน เดินทางไปเบิกถอนเงินที่หลอกได้จากผู้เสียหายด้วยกัน แต่ละเคสที่สวมรอยหลอกให้ผู้เสียหายหรือลูกค้าโอนเงิน เมื่อลูกค้าหรือผู้เสียหายโอนเงินให้ครบตามจำนวนราคาวัตถุมงคลเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะทำนิ่งเฉยไม่ตอบข้อความสนทนากับลูกค้าหรือผู้เสียหาย หากมีลูกค้าหรือผู้เสียหายรายใดต่อว่าก็จะบล็อกเฟซบุ๊ก เงินที่ได้จากการก่อเหตุนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน จนมาถูกจับกุมตัวในครั้งนี้
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวอีกว่าตรวจสอบประวัติคดีฐานข้อมูลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ระบบ Crime) พบข้อมูลว่า น.ส.วิราวรรณ์ มีประวัติเคยถูกดำเนินคดี จำนวน 5 คดี ประกอบด้วย 1) ปี 2560 ถูกจับกุมในความผิดฐาน ” ร่วมกันครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (แอมเฟตามีน หรืออนุพันธ์แอมเฟตามีน) ” ท้องที่ สภ.คำเขื่อนแก้ว 2) ปี 2565 ถูกจับกุมในความผิดฐาน ” ตัวการการเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ตามมาตรา 14 วรรคหนึ่ง (1) ที่มิได้กระทำต่อประชาชน แต่เป็นการกระทำต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง,ตัวการฉ้อโกง ” ท้องที่ สน.ทุ่งสองห้อง
3) ปี 2566 ถูกจับกุมในความผิดฐาน ” ตัวการฉ้อโกง,ตัวการนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอม โดยน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ” ท้องที่ สภ.คำเขื่อนแก้ว 4) ปี 2567 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 806/2567 ลงวันที่ 10 กันยายน พ.ศ.2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ” ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่นและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนอันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ” ท้องที่ สภ.สำโรงเหนือ 5) ปี 2567 ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดบัวใหญ่ ที่ จ.95/2567 ลงวันที่ 25 กันยายน 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน ” ร่วมกันฉ้อโกงโดยได้กระทำด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชน หรือด้วยการปกปิดความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน , นำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์โดยประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนฯ ” ท้องที่ สภ.แก้งสนามนาง
ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่านายวราวุฒิ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาว่าเรียนจนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3ผ่านการเรียน กศน. เดิมทีประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป เกี่ยวกับความผิดที่ถูกจับกุมขอสารภาพว่าเมื่อช่วงประมาณต้นปี 2567 รู้จักกับ น.ส.วิราวรรณ์ หรือพี่ฟ้า โดยสอบถามตนว่าสนใจเปิดบัญชีธนาคารให้ โดยแลกกับค่าจ้างตามยอดเงินที่จะเข้ามาในบัญชี หรือไม่ เนื่องจากขณะนั้นผู้ต้องหาไม่มีงานทำ ประกอบกับไม่มีเงินใช้จ่าย จึงตอบตกลงเปิดบัญชีธนาคารให้แก่ น.ส.วิราวรรณ์ ตามคำชวน 4 บัญชี หลังจากที่เปิดบัญชีธนาคารให้แก่ น.ส.วิราวรรณ์ ทราบเป็นอย่างดีว่า น.ส.วิราวรรณ์ นำบัญชีธนาคารที่เปิดไปใช้รองรับเงินที่หลอกได้จากผู้เสียหายรายต่างๆ ที่เข้าไปหลอกในเฟซบุ๊ก โดยหลังจากที่มีผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเข้ามาในบัญชีธนาคารที่ตนเปิดให้ น.ส.วิราวรรณ์ ใช้แล้ว น.ส.วิราวรรณ์ จะเป็นคนโอนเงินที่หลอกได้จากผู้เสียหายต่อไปยังบัญชีธนาคารของตนอีกทอดนึง จากนั้น น.ส.วีราวรรณ์ จะพาไปเบิกถอนเงินที่หลอกได้จากผู้เสียหายออกจากตู้เบิกถอนเงินสด โดยจะเป็นผู้ทำรายการเบิกถอนเงินออกจากบัญชีของตนเองทุกขั้นตอน อีกทั้ง น.ส.วิราวรรณ์ จะเป็นคนดูแลเรื่องอาหาร ที่พัก และให้เดินทางไปด้วยทุกที่จนมาถูกจับกุม จากนั้นจึงนำตัวผู้ต้องหา นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แก้งสนามนาง ดำเนินคดี
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีเล่เหลี่ยมกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่างหลงเชื่อกลโกงต่างๆ ของมิจฉาชีพซึ่งมีอยู่มากมาย อีกทั้งแจ้งเตือนไปยังผู้ที่เป็นตัวการในการก่อเหตุ ตลอดจนผู้ที่จะถูกหลอกให้เปิดบัญชีม้า อย่าให้บัญชีธนาคารหรือเปิดบัญชีให้บุคคลอื่นนำไปใช้เด็ดขาดเนื่องจากอาจเป็นช่องทางให้คนร้ายนำบัญชีไปใช้ในการก่ออาชญากรรมที่มีผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ในสังคมอย่างมหาศาล ตลอดจนโทษกรณีการเปิดบัญชีม้า ซิมผี ณ ปัจจุบัน มีอัตราโทษหนัก คือ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (บัญชีม้า) นอกจากนี้ ผู้เป็นธุระจัดหา จ้างผู้อื่นมาเปิดบัญชีม้าก็มีโทษหนักเช่นเดียวกัน คือ จำคุกตั้งแต่ 2 ปี ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 200

