หน้าแรก ในประเทศ ‘สว. แล’ ชี้ถ...

‘สว. แล’ ชี้ถกบอร์ดค่าจ้างล่ม ใครๆก็อ่านออกว่า ‘เกม’ แนะเปลี่ยนชื่อ ‘เอกภาคี’

27.09.24 | 16:14 น.

จากกรณีที่นายเซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เรื่องการกำหนดอัตราค่าจ้างขึ้นต่ำ 400 บาท ในบางกิจการทั่วประเทศ ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ แต่ต้องเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากการประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ค่าจ้าง) ชุดที่ 22 ล่มทั้ง 2 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 16 และวันที่ 20 กันยายน และนัดใหม่วันที่ 24 กันยายน แต่ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่กำหนด เป็นการเมืองเล่นละครตบตากัน หรือเป็นการเล่นละครเพื่อบ่ายเบี่ยงการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทนั้น

เมื่อวันที่ 27 กันยายน ศาสตราภิชาน แล ดิลกวิทยรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์แรงงาน และอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า ตนมองว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนคงเดาไม่ยาก ไม่ใช่สิ่งที่ซับซ้อน การที่คณะกรรมการค่าจ้างแต่ละฝ่ายมาไม่ครบองค์ประชุม เป็นเรื่องที่แปลก และผิดธรรมชาติมาก

“หากมีการลาหรือติดภารกิจ ก็ควรที่จะต้องรู้ก่อนนัดประชุม หรือหากมีผู้แทนแต่ละฝ่ายลากันจำนวนมาก ก็ไม่ควรจะนัดประชุมให้เสียค่าน้ำค่าไฟ เพราะฉะนั้นคิดว่าเรื่องนี้ ไม่ต้องอาศัยความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญเลย ซึ่งคงไม่ผิดจากการคาดการณ์ของผู้คนส่วนใหญ่ หากว่าแต่ละฝ่ายไม่พร้อม แล้วจะมีการจัดประชุมได้อย่างไร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เป็นผู้จัดการประชุมบอร์ดค่าจ้าง ก็ต้องมีหน้าที่ถามว่า เกิดเรื่องนี้ได้อย่างไร ทั้งๆ ที่คนที่จัดประชุมก็เป็นหน่วยรัฐบาลโดยตรง คุณนัดอย่างไรถึงได้ไปนัดวันที่เขาไม่ว่าง หรือถ้ารู้ว่าไม่ว่าง ก็ต้องบอกกัน อยู่ๆ มาไม่ว่างพร้อมกัน มันเกิดขึ้นได้อย่างไร เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน ใครๆก็อ่านออก” ศาสตราภิชาน แล เผย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยอมรับการประชุมบอร์ดค่าจ้างที่ไม่สามารถลงมติได้เป็นไปตามเทคนิคขององค์ประชุม และออกมาขอภัยที่ปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท ในวันที่ 1 ตุลาคมไม่ทันนั้น ศาสตราภิชาน แล กล่าวว่า ใครที่สัญญาอะไรเอาไว้ ก็ต้องรับผิดชอบตรงๆ แต่ในเมื่อขอโทษแล้วก็จบ แต่อาจจะกล่าวได้อีกอย่างหนึ่งคือ ไม่มีความสามารถที่จะรักษาสัญญา คนที่รักษาสัญญาไม่ได้ ก็จะเข้าเนื้อเข้าตัวหรือดิสเครดิตตัวเองแค่ไหน ใครๆก็รู้กัน

“หากจะบอกว่า คณะกรรมการไตรภาคีเป็นอิสระ จะไปบอกล่วงหน้าได้อย่างไรว่า ผลที่ออกมาจะเป็นเท่าไร แต่หากเป็นกรณีนโยบายของพรรคเพื่อไทย มีนโยบายในการหาเสียงเรื่องการกำหนดอัตราค่าจ้างขึ้นต่ำ ที่มีการกำหนดอัตราค่าจ้างขึ้นต่ำ 600 บาท ต่อวันภายในปี 2570 จริงๆ แล้วอาจตีความว่า เขาไม่ได้แทรกแซงก็เป็นได้ จะเป็นลักษณะของการจะทำเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งการจ่ายเงินค่าจ้างขั้นต่ำ 600 บาท เป็นเรื่องที่สามารถทำได้โดยที่นายจ้างไม่เดือดร้อน อันนี้เข้าใจได้ในการหาเสียง แต่ถ้าจะมาชี้นิ้วให้ปีนี้ค่าแรง 400 บาท ปีต่อไปค่าแรง 500 บาท หรือ 600 บาท ในบอร์ดไตรภาคีจะชี้นิ้วได้อย่างไร หากชี้นิ้วได้ ก็ต้องยกเลิกคำว่า คณะกรรมการไตรภาคี เพราะกรรมการไตรภาคีนั้นมีคำนิยามว่า แต่ละฝ่ายจะให้ความเห็นได้อย่างอิสระเสรี แต่หากควบคุมได้จะเรียกว่าไตรภาคีไปทำไม ก็ต้องเรียกว่า เอกภาคี” ศาสตราภิชาน แล กล่าว

Advertisement

เมื่อถามว่า คาดว่าจะมีการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท ได้ภายในปีนี้หรือไม่ ศาสตราภิชาน แล กล่าวว่า เชื่อว่าการปรับอัตราจ้าง 400 บาททั่วประเทศ จะทำได้ในปีนี้ แต่จะไม่ได้ในนิยามของคำว่า “อัตราจ้างขั้นต่ำ” ในนิยามของอัตราจ้างขั้นต่ำนั้น จะต้องเอาความเดือดร้อนของลูกจ้างเป็นหลัก ไม่ใช่เอาความสามารถในการจ่ายของนายจ้างเป็นหลัก ถ้าขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำตามกำลังจ่ายในแต่ละอุตสาหกรรม แต่ละพื้นที่ แปลว่า การให้โบนัส บริษัทให้กำไรมาก ก็ให้โบนัสมาก แต่ค่าจ้างขั้นต่ำ คือ เงินจำเป็นที่จะต่อลมหายใจของลูกจ้าง

เมื่อถามว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำที่ 400 บาท เหมาะสมหรือไม่ ศาสตราภิชาน แล กล่าวว่า โดยหลักแล้วค่าจ้างขั้นต่ำควรที่จะดูจากปากท้องของลูกจ้างในการทำงานปกติ หมายความว่า ค่าจ้างขั้นต่ำจะต้องเพียงพอให้ผู้ใช้แรงงานเลี้ยงชีพอยู่ได้ ในการทำงาน 8 ชั่วโมง หากค่าจ้างขั้นต่ำน้อยเกินไป พวกเขาต้องทำงานมากกว่า 8 ชั่วโมง หรือเป็นหนี้เป็นสิน อย่างนี้เรียกว่า ค่าจ้างขั้นต่ำที่ไม่ได้เป็นมาตรฐาน ไม่ควรเรียกว่าค่าจ้างขั้นต่ำ

“ค่าจ้างขั้นต่ำจริงๆ คือ ค่าจ้างที่เพียงพอต่อการทำงาน 8 ชั่วโมงของลูกจ้าง และอยู่ได้โดยไม่เป็นหนี้เป็นสิน นี่คือนิยามของค่าจ้างขั้นต่ำ อย่าไปปะปนกับนายจ้างจะจ่ายไหวไหม หรือแบ่งตามขนาดธุรกิจ เช่น ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจท่องเที่ยว หรือธุรกิจสิ่งทอ หรือธุรกิจ SME ว่านายจ้างจะสามารถจ่ายไหวไหม อันนี้มันไม่ใช่ค่าจ้างขั้นต่ำ อันนี้เรียกว่า ค่าจ้าง ถ้าพูดเรื่องค่าจ้างขั้นต่ำ ก็ต้องพูดอยู่ในกรอบนิยาม ไม่ใช่เฉไฉไปเรื่องอื่นมาเกี่ยว ถ้าอย่างนั้นก็ต้องบอกว่า ไม่มีค่าจ้างขั้นต่ำ ให้ต่อรองกันเอง และผู้ใช้แรงงานควรได้รับค่าจ้างขั้นต่ำ ที่เป็นค่าจ้างแรกเข้า ซึ่งต้องได้รับเท่ากันทั่วทุกจังหวัด” ศาสตราภิชาน แล กล่าวและว่า เดิมคำว่าค่าจ้างขั้นต่ำนั้นยังไม่มี แต่พอเราเข้ามาอยู่ประชาคมระหว่างประเทศ มีการค้าขายระหว่างประเทศ เราต้องมีมาตรการที่บ่งบอกว่าเราเป็นประเทศที่เจริญ ไม่เอารัดเอาเปรียบผู้ใช้แรงงาน จึงต้องมีหลักประกันคือค่าจ้างขั้นต่ำที่เป็นมาตราฐานตามสิทธิแรงงาน แต่ทุกวันนี้หลักประกันไม่ใช่เพียงเรื่องแรงงานอย่างเดียว ยังมีเรื่องสิ่งแวดล้อม พลังงานสะอาด มันไปไกลกว่านั้น แต่สำคัญที่สุดคือ ต้องเคารพสิทธิแรงงาน แต่เมื่อไม่ได้ทำตามมาตรฐานสิทธิแรงงาน ก็อย่าไปค้าขายระหว่างประเทศ” ศาสตราภิชาน แล กล่าว