จากกรณีที่นายเซีย จำปาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เรื่องการกำหนดอัตราค่าจ้างขึ้นต่ำ 400 บาท ในบางกิจการทั่วประเทศ ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ แต่ต้องเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากการประชุมคณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ค่าจ้าง) ชุดที่ 22 ล่มทั้ง 2 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 16 และวันที่ 20 กันยายน และนัดใหม่วันที่ 24 กันยายน แต่ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่กำหนด เป็นการเมืองเล่นละครตบตากัน หรือเป็นการเล่นละครเพื่อบ่ายเบี่ยงการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาทนั้น
วันนี้ (27 กันยายน 2567) นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย และประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) กล่าวว่า ยังยืนยันว่าไม่ใช่เกมการเมือง แต่เป็นตามเทคนิคของทั้ง 3 ฝ่าย ที่อาจจะมีความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน ทั้งฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายลูกจ้าง และฝ่ายรัฐบาล กล่าวคือ ฝ่ายนายจ้างเองก็คัดค้านการปรับอัตราค่าแรง 400 บาท มาโดยตลอดอยู่แล้ว ส่วนฝ่ายลูกจ้างเองก็ยืนยันที่จะสนับสนุนค่าจ้าง 400 บาท นี้ จึงเป็นไปตามเทคนิคเสียงของแต่ละฝ่ายที่ไม่เห็นพ้องต้องกัน ส่วนกรณีที่การประชุมบอร์ค่าจ้างล่มทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา โดยนายเมธี สุภาพงษ์ อดีตรองผู้ว่าการ ธปท. เกษียณอายุเมื่อปี 2566 แล้ว แต่ยังเป็นบอร์ค่าจ้างอยู่นั้น โดยตามมารยาทแล้ว หากเป็นตัวแทนของภาครัฐที่มาโดยตำแหน่งก็ควรจะลาออกจากบอร์ดประชุมค่าจ้างด้วย เพราะถือว่าไม่ได้เป็นตัวแทนของหน่วยงานนั้นๆ แล้ว

“คงเป็นไปตามเทคนิคของแต่ละฝ่าย เพราะนโยบายของพรรคเพื่อไทย เรื่องการกำหนดอัตราค่าจ้างขึ้นต่ำ ที่มีการกำหนดอัตราค่าจ้างขึ้นต่ำ 600 บาทต่อวัน ภายในปี 2570 นั้น แต่อาจจะขึ้นทีเดียวไม่ได้ ต้องค่อยๆ ไต่ขึ้นไป จึงมาเป็น 400 บาท ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานก็ตอบรับนโยบาย แต่ก็ไม่สามาถเข้ามาแทรกแซงคณะกรรมการไตรภาคีได้” นายมนัส กล่าวและว่า ถามว่าการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ 400 บาท ในปีนี้จะทำได้หรือไม่นั้น ตนมองว่าการประกาศใช้อัตราจ้างขั้นต่ำ จะประกาศตอนไหนก็ได้ ซึ่งอาจจะมีผลย้อนหลังก็ได้ หลายครั้งการประกาศค่าจ้างขั้นต่ำอาจจะไม่ได้ขึ้นเลย อย่างการที่จะขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำวันที่ 1 ตุลาคม อาจจะประกาศในเดือนถัดไป แต่มีผลย้อนหลังก็ได้ สำหรับตน ค่าจ้างขั้นต่ำที่ถูกต้องคือ ต้องมองรายได้ของประชาชน มนุษย์เงินเดือนค่าแรงขั้นต่ำไม่ถึง 400 บาทต่อวัน คงไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ หากมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้ฐานเงินเดือนเพิ่มขึ้นด้วย และค่าสวัสดิการอื่นๆ ก็อาจจะเพิ่มขึ้นตาม ซึ่งมองว่ารายได้ที่จะทำให้แรงงานอยู่ได้ในทุกวันนี้น่าจะอยู่ราว 500 บาทต่อวัน เนื่องจากทุกวันนี้ข้าวของก็แพง” นายมนัส กล่าว

