สายไหมต้องรอด พ่อวัย 63 ถูกลูกชาย ทาสยา-ติดพนัน ทำร้ายจนต้องหนีไปอยู่วัด หลังไม่ยอมโทรหาญาติขอยืมเงินให้
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 28 กันยายน 67 ที่วัดผาสุกมณีจักร อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด เดินทางลงพื้นที่ไปให้ความช่วยเหลือ นายอำพล อายุ 63 ปี ป่วยเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ ถูกลูกชายทำร้ายจนร่างกายบอบช้ำ จนต้องเดินไปหาเพื่อนบ้านขอความช่วยเหลือ ให้พามาส่งที่วัดผาสุกมณีจักร หลังเพื่อนบ้านขอความช่วยเหลือมาที่เพจสายไหมต้องรอด
นายเอกภพกล่าวว่า ก่อนหน้านี้คุณลุงเคยทำงานบริษัทเอกชน เกษียณได้เงินมาประมาณ 7 ล้านบาท ลูกชายติดยา ติดการพนันออนไลน์ ล้างผลาญเงินจนหมด ล่าสุดเมื่อวานลูกชายบังคับให้คุณลุงโทรไปขอยืมเงินจากญาติพี่น้องมาให้แต่ลุงปฏิเสธ เนื่องจากไม่อยากไปรบกวนญาติพี่น้อง ทำให้ลูกชายโมโห คว้าขวดตีหัว ก่อนลงมือกระทืบลุงจนช้ำไปทั้งตัว ลุงจึงตัดสินใจเดินโซเซในสภาพสะบักสะบอม ออกมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ให้พามาส่งที่วัดผาสุกมณีจักร เนื่องจากคุณลุงเคยบวชที่วัดแห่งนี้ ก่อนหน้านี้ภรรยาของลุงก็เสียชีวิต ได้ถูกลูกชายคนนี้ทุบตีเป็นประจำ ทำร้ายจนกระดูกหัก สุดท้ายเป็นมะเร็งในจุดที่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิต

นายอำพลเล่าเรื่องที่ถูกลูกชายทำร้ายว่า วันพฤหัสบดีที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา ลูกชายบังคับให้โทรไปยืมเงินญาติ แต่ตนไม่กล้าไปยืม จึงถูกลูกชายทำร้ายใช้ขวดฟาดที่ศีรษะและตามลำตัว จนกระทั่งเข้าวันศุกร์ที่ 27 กันยายน ตนทนไม่ไหวจึงเดินออกมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ขอร้องให้เขาพามาส่งที่วัดผาสุกมณีจักร เนื่องจากรู้จักกับหลวงพ่อ และเคยมาบวชที่วัดแห่งนี้ และเกรงว่าถ้าอยู่ในบ้านอาจจะถูกลูกชายทำร้ายอีก
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะแจ้งความตำรวจหรือไม่ นายอำพล ถึงกับร้องไห้ส่ายหน้าบอกว่าจะไม่แจ้งความเอาผิดกับลูก
นายเอกภพกล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ตนจะพาลุงไปพบตำรวจ เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับลูกชาย เพราะเขามีพฤติกรรมที่รุนแรง ถ้าปล่อยไว้อาจจะก่อเหตุอีก คนแบบนี้ไม่น่าจะอยู่ในบ้าน ต้องอยู่ในคุกเท่านั้น
ด้าน น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 42 ปี เพื่อนบ้านที่ลุงเดินไปขอความช่วยเหลือ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ที่ผ่านมา คุณลุงเดินมาหาด้วยสภาพมีเลือดออกเต็มตัว บอกว่าโดนลูกชายทำร้าย ตนก็เลยพาลุงเข้ามาในบ้านทำความสะอาดเช็ดเลือดตามร่างกาย หลังจากพูดคุยทางคุณลุงบอกว่าให้พามาส่งที่วัดผาสุกมณีจักร จะขอไปหลบอยู่ที่นั่นไม่กล้าเข้าบ้าน ตนเห็นว่าถ้าคุณลุงเข้าไปที่บ้านอาจจะโดนทำร้ายอีกจึงพามาส่งที่วัด แล้วประสานติดต่อไปทางเพจสายไหมต้องรอด เพื่อขอความช่วยเหลือ
น.ส.เอกล่าวอีกว่า ก่อนที่แม่เขาจะเสียชีวิตก็ถูกลูกชายทำร้ายเหมือนกัน ตนได้ยินและเห็นแต่ไม่กล้าเข้าไปช่วยเพราะเป็นเรื่องภายในครอบครัวของเขา ลูกชายลุงปกติเขาอยู่ที่บ้านก็ไม่เคยมีปัญหากับใคร เรื่องเสพยาเสพติดตนก็ไม่ทราบ เพราะไม่เคยไปยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวเขา แต่ทราบว่าเขาเคยไปรักษาด้านจิตเวช ถามว่ากลัวไหมที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตนยอมรับว่ากลัว แต่ถ้าเราคิดจะช่วยใครด้วยความจริงใจ ก็อย่าไปกลัว


