นักธรณี ชี้ โคลนแม่สาย เกิดจากร่องในลุ่มน้ำพม่า-ไทย ชี้ เขาหัวโล้นทำดินไหลลงร่องมาก-เร็วขึ้น

30.09.24 | 13:30 น.

นักธรณี ชี้ โคลนที่แม่สาย เกิดในลุ่มน้ำพม่า-ไทย จากร่องโคลนที่มีอยู่เดิม ชี้ เขาหัวโล้นทำให้ดินไหลลงร่องมากขึ้น กุญแจสำคัญคือน้ำ ที่นำพาดินลงมา และมีการตั้งถิ่นฐานอยู่ทางออกของน้ำ

กรณีที่โซเชียล มีการถกเถียงกันเรื่อง ดินโคลน และน้ำป่าที่ไหล่บ่าลงมาจากภูเขาจนทำให้อ.แม่สาย จ.เชียงรายได้รับผลกระทบอย่างหนัก บ้านเรือน และร้านค้าเต็มไปด้วยโคลน ซึ่งฝั่งหนึ่ง ระบุว่า เป็นเพราะบนเขาในป่าเป็นเขาหัวโล้น มีการโค่นต้นไม้เพื่อปลูกข้าวโพด ทำให้ไม่มีป่าซับ และคอยเบรกน้ำที่ไหลลงมาจากภูเขา ซึ่งคงไม่ทำให้มีผลเสียมากมายขนาดนี้ ขณะที่อีกฝั่ง ระบุว่า ต้นกำเนิดของโคลนและน้ำป่านั้นมาจากประเทศเพื่อนบ้าน คือ พม่า และถึงแม้จะมีป่า ก็ไม่เกี่ยว ยังคงมีน้ำ และโคลนก็ไหลลงมาจากภูเขาสร้างความเดือดร้อนอยู่ดี โดย ประเด็นนี้ถกเถียงกันอย่างแพร่หลาย

มติชนออนไลน์ สอบถามไปยัง ศ.ดร.สันติ ภัยหลบลี้ อาจารย์ภาควิชาธรณีวิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ได้รับคำตอบว่า การเกิดขึ้นของน้ำและมวลโคลน ที่ไหลลงมาสู่ อ.แม่สายนั้น ต้นกำเนิด อยู่ที่ทั้งฝั่งพม่าและฝั่งไทย ทั้งลุ่มน้ำที่รวมน้ำไหลออกภูเขา ทางธรณีวิทยาเรียกว่า เป็นกระบวนการผุพังและการย้ายมวล ในพื้นที่ดังกล่าว มีร่องที่เรียกว่าร่องน้ำที่เต็มไปด้วยเศษหิน ดิน และ โคลน อยู่แล้ว ซึ่งร่อง ดังกล่าว สะสมความ เกรอะกรัง แล้วล้างท่อเป็นระลอก เป็นวิถีปกติทางธรณีวิทยา เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมาจาก ดินที่ทยอยสะสมอยู่ในร่องมานาน ถูกล้างท่อไหลออกมาภายในเวลาไม่นาน

เมื่อถามว่า เกี่ยวข้องกับการมีป่าหรือไม่มีป่าหรือไม่ ศ.ดร.สันติ กล่าวว่า โดยต้นเหตุร่องโคลนมีอยู่แล้ว รอวัน เมื่อไรที่มีฝนหนักๆมาชะให้โคลนนั้นไหลลงมา แต่จะบอกว่า ไม่มีกับการมีป่า ก็ไม่ถูก จะอธิบายว่า การไม่มีป่าช่วยทำให้มีปริมาณดินลงมาอยู่ในร่องมากขึ้นในเวลาที่สั้นลง แต่กุญแจดอกสุดท้ายคือน้ำ และลักษณะภูมิประเทศ ที่เราไปตั้งที่อยู่บริเวณทางออกน้ำนี่คือสิ่งสำคัญ อีกประการคือ การมีป่า จะช่วยชะลอการไหลของน้ำและดินให้ให้ช้าลง อย่างไรเสีย ผลกระทบก็ต้องมี แต่จะเสียหายน้อยกว่านี้