ตำรวจทางหลวงประจวบฯ สกัดรถเทรลเลอร์บรรทุกลังผัก-ผลไม้ลงใต้ แต่ค้นแล้วไม่มีผัก มีแต่ยาบ้า 13 ล้านเม็ด เตรียมขยายผลหาเครือข่าย
เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ต.ต.พุทธางกูร เรืองธรรม สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (สว.ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล.) มอบหมายให้ ร.ต.อ.เวิน ไชยอาษา รอง สว.ส.ทล.3 กก.2 พร้อม ด.ต.กิตติศักดิ์ ปิ่นเกษ ผบ.หมู่ ส.ทล.3 กก.2 และเจ้าหน้าที่รวม 8 นาย พร้อมรถตรวจการณ์ 3 คัน ตั้งด่านตรวจด่านสกัดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุและคดีอาชญากรรม บริเวณยูเทิร์นดงไม้งาม กม.378+500 บ้านไทรคู่ ต.ร่อนทอง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์
โดยมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ได้รับแจ้งจากสายข่าวว่าจะมีรถเทรลเลอร์บรรทุกสิ่งของผิดกฎหมายลักลอบผ่าน จ.ประจวบคีรีขันธ์ มุ่งหน้าลงใต้ จึงได้ตั้งด่านสกัด กระทั่งมีรถเทรลเลอร์พ่วงพื้นเรียบต้องสงสัย ทะเบียนสงขลา ปิดผ้าใบมิดชิดขับมาถึงบริเวณด่านตรวจ เจ้าหน้าที่จึงได้ส่งสัญญาณให้รถหยุดตรวจ

ทราบชื่อคนขับรถคือนายอมร อายุ 52 ปี ชาว จ.สตูล ลงจากรถมาให้ตรวจสอบโดยไม่พูดจาใดๆ แต่ชายคนที่นั่งคู่มาด้วยคือนายวีรพงศ์ อายุ 39 ปี ชาว จ.ตรัง ได้เปิดประตูรถวิ่งหลบหนีอย่างรวดเร็ว ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายต้องวิ่งตามสกัดจับ ซึ่งนายวีรพงศ์ไม่สามารถหนีไปได้ไกล ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ในที่สุด
จากนั้นได้ตรวจสอบที่บริเวณส่วนบรรทุกด้านหลัง ซึ่งปิดคลุมด้วยผ้าใบมิดชิด ด้านในมีลังพลาสติกสำหรับใส่ผัก-ผลไม้ แต่เมื่อค้นแล้วไม่มีผัก-ผลไม้แต่อย่างใด ปรากฏว่าด้านในกลายเป็นมัดยาบ้าห่อสีเหลือง ส่งกลิ่นคละคลุ้งจำนวนมาก

เบื้องต้นตรวจนับได้ 65 ตะกร้า จึงควบคุมผู้ต้องหาทั้ง 2 คนและของกลางกลับมาตรวจสอบที่สถานีตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ พร้อมประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บหลักฐาน DNA คนร้ายที่มัดยาบ้า ก่อนขนไปตรวจนับพบว่ายาบ้าทั้งหมดมีประมาณ 13 ล้านเม็ด
เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำผู้ต้องหาทั้ง 2 คน เพื่อขยายผลและรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบต่อไป


