เมื่อเวลา 00.01 น. วันที่ 2 มีนาคม 2560 พ.ต.ท.พิพัฒน์ วรโชติศักดากร สว.(สอบสวน) สน.บางเสาธง รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสหลายราย ในร้านอาหารครัวยี่หร่า ถนนราชพฤกษ์ แขวงบางพรม เขตตลิ่งชัน จึงพร้อม พ.ต.อ.ศุภกิจ ต่อบุญ ผกก. พ.ต.ท.ชาญชัย พึ่งรุ่ง รอง ผกก.ป. และ พ.ต.ท.นครินทร์ งามถ้อย รอง ผกก.สส. รุดไปที่เกิดเหตุในร้านอาหาร พบข้าวของกระจัดกระจาย กลิ่นเลือดคละคลุ้ง ใกล้กับเวทีพบผู้บาดเจ็บนอนจมกองเลือด 4 ราย มีนายภูธเนศ เฉยช้า อายุ 33 ปี ถูกยิงถากขมับขวา ตาขวาเป็นรอยไหม้จนบอด นายพินิจ พูลสำราญ อายุ 50 ปี ถูกยิงกรอกปาก กระสุนตุงท้ายทอย นายชัยมงคล สังข์สุข อายุ 49 ปี ถูกยิงข้อมือขวา ตาขวาเป็นรอยไหม้ และนายอานัฐ ทองใบ อายุ 40 ปี ถูกยิงใต้ราวนมขวากระสุนฝังใน เจ้าหน้าที่ช่วยกันปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่ง รพ.ศิริราช เพื่อช่วยชีวิต

สอบสวนนายชมานันทน์ สังข์สุข อายุ 20 ปี เพื่อนผู้บาดเจ็บ ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุตนพร้อมผู้บาดเจ็บรวม 5 คน มาเที่ยวดื่มกินที่ร้านตามปกติ จนกระทั่งช่วงร้านใกล้ปิดก่อนเที่ยงคืน วงดนตรีเล่นเพลงสุดท้ายได้สนุกมาก จึงขึ้นไปเต้นบนเวที พร้อมกับให้ทิปนักร้องไปด้วย แต่ไม่ได้มีเรื่องกับใคร กระทั่งเพลงจบตนลงมาจากเวที มีนักเที่ยวอีกโต๊ะเข้ามาชนแก้ว จังหวะนั้นเองกลุ่มชายแต่งกายคล้ายทหารที่นั่งโต๊ะติดกับเวที จำได้ว่าสวมเครื่องแบบคล้ายทหาร 2 นาย และใส่ชุดซาฟารีอีก 2 คน ส่วนอีก 1 คนสวมชุดไปรเวตได้พยักหน้ากัน แล้วชายสวมชุดซาฟารีได้เอาเครื่องชอร์ตไฟฟ้าเข้ามาชอร์ตที่ตาของนายภูธเนศ ก่อนจะไล่ชอร์ตพวกตนทุกคนในกลุ่ม แต่ตนพยายามปัดจนหลุดออกมาได้

นายชมานันทน์กล่าวต่อว่า จากนั้นชายที่สวมชุดคล้ายทหารอีก 2 คนชักปืนสั้นแบบลูกโม่ยิงขึ้นฟ้า 2 นัด ก่อนที่คนหนึ่งจะถือปืนจ่อ ส่วนอีกคนยิงใส่ทุกคนในระยะกระชั้นชิด จนได้รับบาดเจ็บล้มลงไปนอนจมกองเลือด ก่อนที่ทั้งหมดจะวิ่งหนีไปหน้าร้าน แล้วขี่รถจักรยานยนต์แบบวิบาก 2 คัน และรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าวีออสสีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียนหลบหนีไป ส่วนสาเหตุอาจเป็นไปได้ว่า ช่วงที่ตนขึ้นไปเต้นบนเวที อาจจะเดินไปถูกโต๊ะของกลุ่มทหารเข้า จึงทำให้ไม่พอใจ แต่ไม่น่าจะต้องยิงกันขนาดนี้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานได้ตรวจเก็บลายนิ้วมือบนแก้วและภาชนะที่คนร้ายจับไว้เป็นหลักฐาน ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้ตรวจหากล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุเพื่อหาตัวคนร้าย รวมทั้งเส้นทางหลบหนี เพื่อใช้เป็นแนวทางในการติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป ขณะเดียวกันมีรายงานด้วยว่ากลุ่มชายชุดทหารที่ก่อเหตุกลุ่มนี้เป็นทหารชุดที่คอยติดตามรักษาความปลอดภัยให้กับอดีตนายทหารและนักธุรกิจคนดังรายหนึ่ง ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานให้คนที่สนิทกับกลุ่มทหารที่ก่อเหตุช่วยติดต่อให้มามอบตัวแล้ว

ต่อมา เวลา 12.30 น. ที่ สน.บางเสาธง พล.ต.ต.สุธีร์ เนรกัณฐี รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. เดินทางมาประชุมชุดคลี่คลายคดี ประกอบด้วย พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงศ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.7 พ.ต.อ.ศุภกิจ ต่อบุญ ผกก.สน.บางเสาธง พ.ต.ท.นครินทร์ งามถ้อย รอง ผกก.สส.สน.บางเสาธง พ.ต.ท.กิตติศักดิ์ พฤกษ์สุวัฒน์ สว.กก.สส.บก.น.7 เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.บางเสาธง เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.7 โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารจาก มทบ.11 เข้าร่วมหารือด้วย
พล.ต.ต.สุธีร์กล่าวก่อนประชุมว่า ผู้บังคับบัญชาสั่งการให้เดินทางมาตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัด ทราบข้อเท็จจริงแล้วคือ เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา กลุ่มผู้บาดเจ็บมีอยู่ 5 คน เข้าไปกินดื่มในร้านครัวยี่หร่าเป็นจุดเกิดเหตุ จากนั้นก็มีปากเสียงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุซึ่งมีอยู่ 5 คนเช่นกัน ทำให้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บไป 4 คน มีอยู่ 1 คนเท่านั้นที่รอดจากคมกระสุนมาได้ ขณะนี้กำลังติดต่อให้เข้ามาให้การกับพนักงานสอบสวน เพื่อสอบถามความเป็นมาเป็นไปและหาเบาะแสในการดำเนินการจับกุมคนร้ายอย่างเร่งด่วน
พล.ต.ต.สุธีร์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทราบว่าฝ่ายผู้ก่อเหตุมีผู้โดนกระสุนลูกหลงถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 1 คน แต่ไม่ได้เข้ารับการรักษาพยาบาลที่ใด ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวมาสอบสวน และจากการสอบถามเจ้าหน้าที่จาก มทบ. 11 ที่มาร่วมประชุมด้วยนั้น ได้รับการยืนยันแล้วว่า ในกลุ่มผู้ก่อเหตุไม่มีเจ้าหน้าที่ทหารแต่อย่างใด ในชั้นนี้จึงเชื่อได้ว่าน่าจะเป็นพวกพนักงานรักษาความปลอดภัยที่แต่งกายคล้ายทหาร อย่างเช่น รปภ.ขององค์การทหารผ่านศึก ที่แต่งกายคล้ายเจ้าหน้าที่ทหารนั่นเอง
“หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวนสามารถเก็บหัวกระสุนปืนขนาด .38 เป็นหลักฐานได้จำนวน 2 หัว ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานเจ้าของร้านและพนักงานที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด รวมถึงผู้ที่รอดพ้นคมกระสุนในกลุ่มผู้ได้รับบาดเจ็บเข้ามาให้ปากคำ ส่วนอาการของผู้บาดเจ็บ แพทย์ รพ.ศิริราช ได้รักษาอาการจนปลอดภัยแล้ว หากสามารถให้การได้จะสั่งการให้พนักงานสอบสวนเดินทางไปสอบปากคำต่อไป” พล.ต.ต.สุธีร์กล่าว
ทั้งนี้ เวลา 13.40 น. พล.ต.ต.สุธีร์เปิดเผยหลังประชุมว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นพลเรือนทั้ง 2 ราย โดยมี 1 ราย หลังเกิดเหตุพยายามเข้าไปรักษาอาการบาดเจ็บกระสุนลูกหลงถากเข้าที่ขาที่ รพ.ธนบุรี 2 แต่เกิดเปลี่ยนใจหลบหนีออกจากโรงพยาบาลไม่ยอมให้แพทย์ตรวจสอบอาการ เบื้องต้นสั่งการให้ฝ่ายสืบสวนช่วยกันตรวจสอบกล้องวงจรปิดในละแวกใกล้เคียงให้ละเอียดถี่ถ้วน เนื่องจากในร้านครัวยี่หร่าไม่ติดตั้งกล้องวงจรปิด และให้พนักงานสอบสวนเร่งประสานผู้บาดเจ็บที่พอจะให้การได้เพื่อเดินทางไปสอบปากคำ เนื่องจากพบข้อมูลว่ามีคนเจ็บบางรายสามารถใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายคลิปขณะเกิดเรื่องเอาไว้ได้ เพื่อนำหลักฐานต่างๆ มาประกอบสำนวนคดีในการออกหมายจับต่อไป

