ตม.แถลง “ปฏิบัติการรุกฆาตนักขนคน”อาชญากรรมข้ามชาติ โยงแก๊งคอล โรแมนซ์สแกม

2.10.24 | 15:52 น.

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(สตม.) พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ ผบก.ตม.4,พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม. ร่วมกันแถลง”ปฏิบัติการรุกฆาตนักขนคน” เพื่อกวาดล้างจับกุมขบวนการ เครือข่าย นําพา ช่วยเหลือ คนต่างด้าวสัญชาติจีนให้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทยตามแนวชายแดน ช่องทางธรรมชาติ โดยบางส่วน มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งการพนันออนไลน์ โรแมนซ์สแกม หรือคอลเซ็นเตอร์ หรืออื่น ๆ ที่มีการหลอกลวง ประชาชนในประเทศไทยและต่างประเทศ ทั้งนี้สืบเนื่องมาจากทางการสาธารณรัฐประชาชนจีน ร่วมมือกับทางการ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาและทางการสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ปฏิบัติการกวาดล้างจับกุมเหล่า ผู้กระทําผิดฐานดําเนินธุรกิจมืด เป็นแก๊งมิจฉาชีพคอลเซ็นเตอร์และโกงเงินออนไลน์ที่คนจีนก่อขึ้นในเมืองเล่าก์ก่าย ซึ่งเป็นเมืองเอกของเขตปกครองพิเศษโกก้าง ทางตอนเหนือของรัฐฉาน และการทลายแหล่งอาชญากรรมโดยเฉพาะ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในบริเวณ “คิงส์โรมัน” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคํา เมืองต้นผ้ึง แขวงบ่อแก้วสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวทําให้แก๊งมิจฉาชีพชาวจีนต้องหลบหนีย้ายฐานทํางานไปยังที่ใหม่ ซึ่งอยู่ตามแนวชายแดนของประเทศเพื่อนบ้าน และใช้เส้นทางผ่านประเทศไทยเพื่อออกไปยังฐานใหม่ ด้วยเหตุนี้จึงมี กลุ่มขบวนการนําพาช่วยเหลือให้กลุ่มคนจีนลักลอบเข้ามาในประเทศไทยทางช่องทางธรรมชาติ ตามแนวตะเข็บชายแดน จากภาคเหนือทางด้าน อ.เชียงแสน จว.เชียงราย ไปยังพื้นที่ชายแดน อ.พบพระ อ.แม่สอด จว.ตาก หรืออาจเข้า-ออก ในพื้นที่ชายแดนด้าน จว.มุกดาหาร, จว.อุบลราชธานี, อ.อรัญประเทศ จว.สระแก้ว, อ.โป่งน้ําร้อน จว.จันทบุรี, ด่านเจดีย์ สามองค์ จว.กาญจนบุรี, อ.สะเดา จว.สงขลา, อ.สุไหงโก-ลก จว.นราธิวาส เป็นต้น ซึ่งช่วยเหลือคนจีนหลบหนีเข้าเมือง อย่างเป็นขบวนการ แบ่งพื้นที่และแบ่งหน้าที่กันทํา ครอบคลุมพื้นที่ทั้งประเทศไทย


พล.ต.ต.พันธนะ กล่าวว่าตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่จะเร่งแก้ปัญหาอาชญากรรม อาชญากรรมออนไลน์ มิจฉาชีพ และ อาชญากรรมข้ามชาติเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน และตามนโยบายของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศูนย์ปราบปราม คนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สํานักงานตํารวจแห่งชาติ และ พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้ช่วย ผบ.ตร. รรท.รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ สตม. สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ในประเทศไทย รวมทั้งให้ดําเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พํานักอาศัย อยู่ในประเทศไทย กระทําผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน ทําให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทําความผิด สตม.จึงร่วมกับบช.ก.,บช.ปส.,ตชด.และภ.1-9 รวมทั้งหน่วยงานด้านความมั่นคงทําการสกัดกั้น สืบสวนปราบปรามจับกุม ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2566 ถึงวันที่ 30 ก.ย.2567 จับกุมเครือข่ายนําพาช่วยเหลือ กลุ่มคนจีนเข้ามาในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย 78 คดี ผู้ต้องหา 89 คน, ยึดยานพาหนะ 69 คัน, จับกุมชาวจีนหลบหนีเข้าเมือง 287 คน และสืบสวนขยายผลขออนุมัติหมายจับ ผู้ร่วมขบวนการอีก 20 หมายจับ

พล.ต.ต.พันธนะ กล่าวอีกว่าจากการสืบสวนขยายผลพบว่าการกระทําผิดเข้าลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรม ข้ามชาติ จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับในความผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ 4 หมายจับ ซึ่งจะต้องดําเนินการยึดทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เบื้องต้น พบเงินในบัญชีธนาคารต่าง ๆ หมุนเวียนมากกว่า 600 ล้านบาท จากรวบรวมข้อมูลขยายผลพบข้อมูลความเชื่อมโยงทางการติดต่อสื่อสาร/ทางการเงิน ของหลายเครือข่าย มีความเชื่อมโยงกัน ลักษณะทําเป็นขบวนการครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ทั้งนี้พบเครือข่ายใหญ่ 5 เครือข่ายใหญ่ และพบสมาชิกระดับสั่งการมีพยานหลักฐานยืนยันชัดเจน จึงขออนุมัติหมายจับ 7 หมายจับ รวมทั้ง หมายจับการมีส่วนร่วมองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติด้วย สตม. จึงเปิดปฏิบัติการภายใต้ขื่อ “ปฏิบัติการรุกฆาตนักขนคน” เพื่อระดมจับกุมสมาชิกระดับสั่งการตามหมายจับทั้ง 7 หมายจับ ในระหว่างวันที่ 21 – 30 กันยายน 2567 ที่ผ่านมาจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 7 หมายจับ 1. เครือข่ายนายวีระพลฯ จับกุมสมาชิกในเครือข่ายในความผิดฐานช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ ให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองพ้นจากการจับกุม หรือ ลักลอบขนคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จํานวน 7 คดี ผู้ต้องหา จํานวน 9 คน ขยายผลขออนุมัติออกหมายจับและจับกุมได้รวม 6 คน, จับกุมชาวจีนหลบหนีเข้าเมือง 51 คน และตรวจยึดยานพาหนะ 7 คัน สืบสวนขยายผล พบว่ามีนายวีระพลฯ ทําหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน แนวชายแดน อ.เชียงแสน จว.เชียงราย /จัดหารถ และหัวหน้าทีมขนในเส้นทาง อ.เชียงแสน – อ.เมืองเชียงราย จว.เชียงราย 2. เครือข่ายนายก้านฯ มีการจับกุมสมาชิกในเครือข่ายในความผิดฐานช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ ให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองพ้นจากการจับกุม หรือลักลอบขนคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 4 คดี ผู้ต้องหา 6 คน ขยายผลขออนุมัติออกหมายจับและจับกุม 1 คน, จับกุมชาวจีนหลบหนีเข้าเมือง 3 คน และตรวจยึดพาหนะ 1 คันตรวจค้นบ้านนายก้านฯตรวจค้นยึดอาวุธปืน 1 กระบอก จากการสืบสวนขยายผล พบว่ามีนายก้านฯ เป็นนายหน้าประสานงานชายแดนฝั่ง อ.พบพระ จว.ตาก และนําพาชาวจีนข้ามแดน เข้าออกประเทศไทยกับเมียนมา รวมทั้งเป็นหัวหน้าทีมขนในเส้นทางระหว่าง อ.พบพระ – อ.แม่สอด จว.ตาก 3. เครือข่ายนายวงศกรฯ จับกุมสมาชิกในเครือข่ายในความผิดฐานช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ ให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองพ้นจากการจับกุม หรือลักลอบขนคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 7 คดี ผู้ต้องหา 10 คน ขยายผลขออนุมัติหมายจับและจับกุมได้รวม 5 หมายจับ ผู้ต้องหา 3 คน, จับกุมชาวจีนหลบหนีเข้าเมือง 23 คน และตรวจยึดยานพาหนะรวม 8 คัน และอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล 7 คดี จากการ สืบสวนขยายผล พบว่ามีนายวงศกรฯ เป็นตัวการสําคัญระดับสั่งการ เป็นนายหน้าประสานงานแนวชายแดน อ.แม่สอด จว.ตาก พบความเชื่อมโยงกับนายหน้าต่างประเทศฝั่ง สปป.ลาว /เมียนมา ในการว่าจ้างทีมขนและนําพาคนจีนลักลอบเข้าออกฝั่ง อ.เชียงแสน จว.เชียงราย – อ.แม่สอด จว.ตาก และยังพบข้อมูลความเชื่อมโยงในการนําพาชาวจีนเข้าออก ตามแนวชายแดนฝั่งพื้นที่อีสานตอนบน /ฝั่งภาคตะวันออก ด้านอรัญประเทศ จว.สระแก้ว และทางใต้ จว.สงขลา 4. เครือข่ายนายต๊กกีฮง จับกุมสมาชิกในเครือข่ายในความผิดฐานช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ ให้คน ต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองพ้นจากการจับกุม หรือ ลักลอบขนคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 4 คดี ผู้ต้องหา 5 คน ขยายผลขออนุมัติหมายจับและจับกุมได้รวม 10 คน, จับกุมขาวจีนหลบหนีเข้าเมือง 6 คน ตรวจยึดยานพาหนะรวม 3 คัน จากการสืบสวนขยายผลพบว่ามีนายต๊กกีฮง เป็นนายหน้าประสานงานฝั่งชายแดนไทย- มาเลเซีย ร่วมกับนายตันชินจิน ชาวมาเลเซีย ที่มีการติดต่อกับนายหน้าต่างประเทศฝั่งกัมพูชา ในการนําพาชาวจีน ลักลอบเข้ามา โดยประสานงานกับนายหน้าชายแดนไทย-เมียนมา (เชียงแสน /แม่สอด) – กัมพูชา (อรัญประเทศ)เข้ามายังพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อเดินทางไป อ.หาดใหญ่ จว.สงขลา และเดินทางออกไปยังประเทศมาเลเซีย ผ่านช่องทางธรรมชาติฝั่ง อ.สะเดา จว.สงขลา และ อ.สุไหงโก-ลก จว.นราธิวาส 5. เครือข่ายนาย ต. จับกุมสมาชิกในเครือข่ายในความผิดฐานช่วยเหลือด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองพ้นจากการจับกุม หรือ ลักลอบขนคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 4 คดี ผู้ต้องหา 16 คน ขยายผลขออนุมัติหมายจับและจับกุมได้รวม 4 คน, จับกุมชาวจีนหลบหนีเข้าเมือง 19 คน และตรวจยึด ยานพาหนะ 5 คัน จากการสืบสวนขยายผล พบว่ามีนาย ต. ทําหน้าที่เป็นนายหน้าต่างประเทศฝั่ง สปป.ลาว ประสานงานกับ นางพร นายหน้าแนวชายแดนฝั่ง อ.เขมราฐ – ช่องเม็ก จว.อุบลราชธานี ในการว่าจ้างทีมขนและนําพาชาวจีนเข้า- ออกประเทศ โดยใช้เส้นทางลักลอบไปยังฝั่ง อ.อรัญประเทศ จว.สระแก้ว / อ.แม่สอด จว.ตาก รวมทั้ง 5 เครือข่ายใหญ่ มีการจับกุมความผิดฐานช่วยเหลือด้วยประการใด ๆ ให้คนต่างด้าวหลบหนี เข้าเมืองพ้นจากการจับกุม หรือลักลอบขนคนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย จํานวน 26 คดี ผู้ต้องหารวม 63 คน ขยายผล ขออนุมัติหมายจับและจับกุมได้รวม จํานวน 20 หมายจับ ผู้ต้องหารวม จํานวน 18 คน อยู่ระหว่างการหลบหนี จํานวน 2 คน, จับกุมชาวจีนหลบหนีเข้าเมือง รวมจํานวน 102 คน และตรวจยึดยานพาหนะ รวมจํานวน 25 คัน ทั้งนี้ยังพบ พยานหลักฐานเป็นความผิดลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วม องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ.2556 และศาลอนุมัติหมายจับในความผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กร อาชญากรรมข้ามชาติ จํานวน 4 หมายจับ นอกจากนี้ยังมีผู้ร่วมขบวนการที่ยังอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อขอ อนุมัติหมายจับและนําตัวมาดําเนินคดีตามกฎหมาย และดําเนินการตรวจสอบทรัพย์สินเพื่อดดําเนินการตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินต่อไป

พล.ต.ต.พันธนะ กล่าวว่าทั้งนี้การจับกุมผู้ต้องหาระดับสั่งการจาก 5 เครือข่ายใหญ่ ที่มีความเคลื่อนไหวครอบคลุมทั่วประเทศ ไทย เป็นการทําลายเครือข่ายขบวนการขนคนต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มชาวจีน ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการคอลเซ็นเตอร์ ที่ต้องการเดินทางผ่านประเทศไทยไปยังฐานทําการใหม่ในประเทศเพื่อนบ้าน อันเป็นการป้องกันยับยั้งขบวนการคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงผู้คนได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ดี สตม. ยังคงรวบรวมข้อมูลและสืบสวนขยายผลจับกุมปราบปรามขบวนการลักลอบขนคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายต่อไปอย่างต่อเนื่อง

Advertisement