เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. เปิดเผยว่า พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฏศรี รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. สั่งการให้ พ.ต.ท.ธีวร์ราธิป ชูดวง สว.กก.วิเคราะห์ฯ, ร.ต.ท.ณรงณ์ศักดิ์ สนิทไทย, ร.ต.ต.สุนทร จันทะแจ่ม เจ้าหน้าที่ กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. จับกุม น.ส.ยุพาพร นามล้ำ อายุ 35 ปี ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงเป็นบุคคลอื่น และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชนชน” ได้ที่หน้าห้องพัก หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท.ผบ.ตร. พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน ชุดลาดตระเวนออน์ไลน์สืบนครบาลสืบสวนพบองค์กรอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. กำชับการสืบสวนจับกุมตามนโยบาย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ จากการตรวจสอบพบว่าเมื่อวันที่ 27 ก.พ.2566 ผู้เสียหายเข้าแอพพ์หาคู่มีผู้ใช้ชื่อว่า Jarnee vkl. ทักมาพูดคุย ต่อมาวันที่ 2 มี.ค.2566 ชายดังกล่าวขอแอดไลน์และพูดคุยกันในไลน์จากนั้นชวนลงทุนเทรดเหรียญดิจิทัล ในแอพพ์ Paxfบl จากนั้นผู้เสียหายสนใจร่วมลงทุน จากนั้นชื่อไลน์ jame บอกขั้นตอนการสมัคร การเข้าแอพพ์ การโอนเงินทุกอย่างโดยผู้แจ้งโอนเงินเพื่อจะลงทุนตามที่ตกลงกันไว้ โดยโอนเข้าบัญชีธนาคารชื่อบัญชี น.ส.ยุพาพร แรกๆ ที่โอนเงินจะได้ผลกำไรโอนคืนกลับมา ผู้เสียหายจึงเกิดความมั่นใจ หลงเชื่อว่าสามารถลงทุนและได้รับเงินจริง แต่เมื่อลงทุนเพิ่มเรื่อยๆ จนมูลค่าสูง ชายคนดังกล่าวแจ้งกับผู้เสียหายว่าทำผิดขั้นตอน ต้องโอนเพื่อนปลดล็อกและหลอกซ้ำๆ จนมูลค่าสูงเรื่อยๆ สุดท้ายไม่สามารถถอนเงินคืนได้จึงคิดว่าน่าจะถูกหลอกลงทุน จึงแจ้งความกับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวอีกว่า ชั้นจับกุม น.ส.ยุพาพร รับว่าเมื่อกลางปี พ.ศ.2566 ตอนนั้นพักอยู่กับเพื่อนจึงให้บัญชีธนาคาร จำเลขบัญชีไม่ได้ ให้เพื่อนไปโดยไม่ทราบว่าเอาไปทำอะไรและเมื่อปลายปี พ.ศ.2566 ตรวจสอบสมุดบัญชีธนาคารพบว่ามีเงินเข้าบัญชีจำนวนหลายรายการ ยอดเงินหมุนเวียนประมาณ 21 ล้านบาท จึงโทรไปที่ธนาคารเพื่อระงับการใช้บัญชีดังกล่าวจากนั้นมีผู้เสียหายเข้าแจ้งความหลายราย ตรวจสอบในระบบพบผู้ต้องหามีหมายจับอีก 3 หมาย ดังนี้ 1.หมายจับศาลจังหวัดเกาะสมุย ที่ 147/2567 ลงวันที่ 17 ก.ย.67 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงเป็นบุคคลอื่น และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชนชน” 2.หมายจับศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ 459/2566 ลงวันที่ 13 ธ.ค.66 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงเป็นบุคคลอื่น และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่คอมพิวเตอร์โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชนชน” และ 3.หมายจับศาลจังหวัดอุดธานี ที่ 330/2566 ลงวันที่ 7 พ.ย.66 ข้อหา “ฉ้อโกง”, พ.ร.บ.คอมพ์ ความผิดอันเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์”
พล.ต.ต.ธีรเดชกล่าวว่า สั่งการให้สืบสวนติดตามคนร้ายที่สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนไม่ว่าการหลอกลวงรูปแบบใด ชวนลงทุนสร้างความน่าเชื่อถืออย่าได้หลงเชื่อ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อผู้เสียหาย และสำหรับผู้ที่ขาย หรือให้ผู้อื่นไปใช้บัญชีธนาคารนั้น ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 ระบุว่า เจ้าของบัญชีม้า หรือเบอร์ม้า ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที

