วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก พ.อ.จิรันตน์กฤษณ์ เหลืองจินดา ตัวแทน พ.อ.พิเศษ สมหมาย ได้เรียกเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบ ในเรื่องที่ดินที่ป่าสงวนเข้าประชุมหารือทำความเข้าใจในการที่ต้องขอคืนที่ดินที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่ถูกบุกรุกไปจำนวนกว่า 1 หมื่นไร่ เมื่อตอนภาคเช้าที่ผ่านมา เมื่อเวลา 14.00 น. นั้น
ล่าสุด พ.อ.พิเศษ สมหมาย บุษบา นายทหารกองยุทธการ กองทัพภาคที่ 2 ด้านกฎหมาย ค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา พร้อมด้วย พ.อ.จิรันตน์กฤษณ์ พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ทหารอีกจำนวนหนึ่ง ร่วมกับกำลังเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอด่านขุนทด พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่า น.ม.7 นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบง และผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ได้เดินทางไปประชุมเพื่อหาทางแก้ไข ณ ที่สำนักงาน บริษัท กันกุล เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) บริเวณที่ตั้งกังหันลม เนื่องจากบริษัทดังกล่าว ได้ทำการถมดินปิดกั้นทางน้ำที่จะไหลลงสู่อ่างกักเก็บน้ำ บ้านน้อยพัฒนา หมู่ 1 ต.ห้วยบง ซึ่งผลจากการเจรจาทาง บริษัทกังหันลม ยินดีที่จะเปิดและขยายลำรางน้ำออกไปอีก เป็นจำนวน 66 ไร่ เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและพักผ่อนหย่อนใจ
จากนั้น พ.อ.พิเศษ สมหมาย ได้พาเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ออกตรวจตามสถานที่ต่างๆ บริเวณป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงกระสังข์-ลำพญากลาง พบมีการบุกรุกสร้างเป็นสถานที่เลี้ยงวัว มีคอกวัว มีสถานที่เก็บฟาง อาคารเลี้ยงวัวขนาดใหญ่ 3 หลัง และบ้านพักคนงาน อีก 1 หลัง พบมีการกันรั้วแบบเบ็ดเสร็จ บนเนื้อที่ประมาณ 410 ไร่ คาดว่าถูกสร้างมานานกว่า 5 ปี จากนั้นได้พบนายสมิง ชุ่มหมื่นไวย์ อายุ 33 ปี จึงได้ควบคุมตัว และจากการสอบสวนเบื้องต้น นายสมิงให้การว่า เป็นคนรับจ้างเลี้ยงวัวให้กับนายตี๋น้อย ไม่ทราบชื่อจริง ทำประกอบธุรกิจการค้าอยู่ที่อำเภอด่านขุนทด เจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวส่งตัวพนักงานสอบสวนเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป

ขณะที่ พ.อ.พิเศษ สมหมาย ได้ตำหนิการทำงานของเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ที่ปล่อยปละละเลยให้มีการบุกรุกกันเป็นจำนวนมาก จากนั้นได้เดินทางไปยังที่ดินของนายฮ้อไม่ทราบนามสกุล ที่เข้าไปบุกรุกที่ป่า เพื่อปลูกข้าวโพด และพึ่งเก็บเกี่ยวไปแล้วได้ไม่นาน บนเนื้อที่กว่า 1 พันไร่ นาย เจริญได้กล่าวว่า ตนได้พบกับนายฮ้อมาก่อนหน้านี้ ซึ่งนายฮ้อได้พูดกับตนว่า หากทหารต้องการคืนพื้นที่ ก็ยอมคืนให้ พร้อมกับแปลงที่ดินข้างกัน ซึ่งเป็นของนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่คนหนึ่ง ก็เคยได้พูดคุยกับตนเช่นกันว่าพร้อมที่จะคืนพื้นที่ป่าฯที่บุกรุก ตนเชื่อว่าหากทหารต้องการพื้นที่ป่าคืน ก็คงจะขอคืนกันแต่โดยดี
ทางด้าน พ.อ.พิเศษ สมหมายกล่าวว่า หากเป็นอย่างที่นายเจริญ ว่า ก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องให้ผู้ที่เข้าไปบุกรุกผืนป่าไปทำบันทึก ณ ที่ทำการ.สำนักงานป้องกันรักษาป่าที่ 7
นอกจากนี้ พ.อ.พิเศษ สมหมาย ได้กล่าวแก่ผู้สื่อข่าวว่า การบุกที่ป่าเพื่อทำกินนั้น เชื่อว่าชาวบ้านคงจะไม่รู้ เท่าที่สังเกตว่าป่าสงวนแห่งชาติมันอยู่ในแผนที่ ท้ายกฎกระทรวง อยู่ในกระดาษ ได้ถามผู้เลี้ยงวัวก็บอกว่า ไม่เคยเห็นหลักเขตป่าสงวนแห่งชาติ ดังนั้น ก็ต้องดูที่เจตนาของผู้ที่เข้ามาทำกินว่า ทราบหรือไม่ว่าเป็นเขตป่า เมื่อไม่มีหลักเขตถามต้นไม้มันก็ตอบไม่ได้ ดังนั้น ก็ต้องโทษเจ้าหน้าที่ ที่ไม่แสดงหลักเขตให้ชัดเจน ผู้สื่อข่าวถามว่า มีหลักเขตป่าสงวนเป็นจำนวนมากกองรวมกัน จะดำเนินการอย่างไร เรื่องนี้ตนยังไม่เห็น แต่อย่างไรก็ตาม จะต้องตรวจสอบกันต่อไป ทั้งนี้ การเดินทางครั้งนี้ก็เข้ามาตรวจสอบจากผู้หวังดีที่ร้องเรียนไป ความจริงการตรวจสอบในครั้งนี้ ได้พบว่ามีอะไรพิรุธหลายอย่าง เช่น สิ่งปลูกสร้าง ตาม ม.25 เจ้าหน้าที่สามารถออกประกาศให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างได้เลย และสามารถดำเนินคดีทางอาญากับผู้บุกรุกได้อีกด้วย และเป็นที่น่าแปลกว่า มีการจับกุมผู้ต้องหารายหนึ่ง ตั้งแต่ปี 2555 จนถึงปี 2559 ก็ยังไม่มีการส่งฟ้องศาล ดูแล้วมันมีพิรุธ อย่างไรก็ตาม จะรายงานให้หน่วยงานของเขาชี้แจงมาอีกครั้งหนึ่ง

