‘อัครพงษ์’ ชี้หนังสือ ‘พลิกฟ้า ฝ่าวิกฤต การบินไทย’ ครบองค์ความรู้-ใช้คนถูกงาน เห็นความเป็นไทยที่แท้จริง

5.10.24 | 18:23 น.

‘อัครพงษ์’ ชี้หนังสือ ‘พลิกฟ้า ฝ่าวิกฤต การบินไทย’ ครบองค์ความรู้-ใช้คนถูกงาน เห็นความเป็นไทยที่แท้จริง

เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ณ อาคารมนุษยนาควิทยาทาน วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ สำนักพิมพ์มติชน จัดงานเปิดตัวหนังสือ ‘พลิกฟ้า ฝ่าวิกฤต การบินไทย’ โดย นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร กรรมการและผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แสดงถึงมุมมองและแนวคิดการบริหารธุรกิจในช่วงที่ต้องบินฝ่าวิกฤตแบบพลิกฟ้า และพลิกวิกฤตกลายเป็นโอกาสใหม่ของ “การบินไทย”

หนึ่งในผู้เข้าร่วมการเปิดตัวหนังสือและมุมมองเสวนาย่อย โดย นายอัครพงษ์ ค่ำคูณ คณบดีวิทยาลัยนานาชาติปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า หนังสือในสังคมมีหลายประเภท หนึ่งในประเภทนั้นคือ “Know how” (องค์ความรู้) เป็นการใช้ประสบการณ์ เทคนิค ด้านบริหาร การจัดการ เพื่อแก้ปัญหาองค์กร แต่เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ไม่ได้มีแต่ Know how อย่างเดียว แต่ยังมีวิธีการอธิบายความสำเร็จหรือความล้มเหลวที่ต้องดูในมิติคน ซึ่งเห็นความเป็นคนเยอะมากในหนังสือเล่มนี้ โดยอาจบอกว่าหนังสือเล่มนี้เป็น “Know who” (รู้จักคน) ก็ได้ เพราะต้อง put the right man หรือต้องรู้จักคน ดังที่พระพุทธเจ้าบอกว่า สิ่งสำคัญเลยต้องรู้จักคนและลักษณะของงาน สิ่งที่นายชาญศิลป์ ทำถือว่าตรงกับสิ่งที่หลายคนมองเห็นในสังคมไทย คือ ความสามารถที่จะฝ่าวิกฤตได้ด้วยการใช้สรรพกำลังทุกอย่าง ไม่มีเกณฑ์ตายตัว ปรับไปตามสถานการณ์ที่สำคัญ

นายอัครพงษ์ กล่าวว่า การบินไทยสำคัญกับสังคมไทยมาก แน่นอนว่าเราจะใช้สายการบินอะไรก็ได้ แต่การบินไทยมีประวัติอันยาวนาน คนที่จะต้องรักษารากฐานความเป็นมาอันยาวนานนั้นจะทำอย่างไร ซึ่งมีความยากและความท้าทายมากๆ การบินไทยเปรียบเสมือนแบรนด์ไทยแลนด์ หากถามว่าแบรนดิ้งไทยแลนด์คืออะไร ทุกคนก็รู้จักการบินไทย และเป็นส่วนหนึ่งที่จะสร้างและส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ของไทยด้วย การบินไทยจึงถือเป็นอย่างหนึ่งที่เราจะต้องทำให้เป็นซอฟต์พาวเวอร์จริงๆ ให้ได้ โดยสิ่งที่น่าทึ่งในหนังสือเล่มนี้ คือ นายชาญศิลป์ สามารถรวบรวมสรรพกำลังในสังคมไทย ให้มาช่วยเหลือการบินไทย ตั้งแต่รัฐบาล คนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย คู่ค้า หรือสำคัญที่สุดคือ คนในองค์กร สิ่งที่นายชาญศิลป์ เน้น คือ น้ำอกน้ำใจ และเห็นอกเห็นใจคนในองค์กรมากๆ

Advertisement

“อ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ทำให้เห็นสังคมไทยที่อยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาอาศัยกัน ควรอ่านเล่มนี้ให้เห็นโฉมหน้าสังคมไทย โดยคนหนึ่งที่เราลืมขอบคุณไป คือ ผู้ตัดสินใจที่เห็นฝีมือของนายชาญศิลป์ และตัดสินใจให้ตามที่นายชาญศิลป์ขอ คือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งต้องให้เครดิตมากๆ ด้วย” นายอัครพงษ์ กล่าว

นายอัครพงษ์ กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่เห็นจากหนังสือเล่มนี้ คือ กำลังใจและขวัญ คือ ความมั่นใจ สังคมไทย สิ่งที่สำคัญมากคือ ความมั่นใจ ทำอย่างไรรัฐบาลจะสร้างความมั่นใจ หากเริ่มต้นจากความไม่มั่นใจ ที่หากรัฐบาลทำอะไรให้คนไม่มั่นใจ เศรษฐกิจจะไปยากแน่นอน โดยอย่าลืมว่า การลงทุนก็ดี การค้าขายก็ดี คนจะกล้าใช้เงิน หากคนมีความมั่นใจว่าใช้เงินไปแล้วมันคุ้มค่า และไม่ได้เกิดความเสี่ยง หรือจะไม่นำมาซึ่งความไม่มั่นคงในอนาคต เพราะฉะนั้นเศรษฐกิจจึงเป็นเรื่องของความมั่นใจโดยแท้ พูดได้ว่า เศรษฐกิจจะดีได้หรือไม่ได้ มันต้องเป็นเรื่องการเมืองที่มีความมั่นใจ แล้วมันจะทำให้เศรษฐกิจมั่นคงด้วย อะไรที่พูดแล้วต้องทำ หากอะไรที่พูดแล้วกลับคำ มันก็จะส่งผลต่อเศรษฐกิจแน่นอน

นายอัครพงษ์ กล่าวว่า ถือเป็นอนุสติจากการอ่านหนังสือเล่มนี้ และเห็นสถานการณ์ของสังคมไทย หนังสือเล่มนี้ก็สื่อด้วย เพราะสถานการณ์ของการบินไทยที่กำลังจะล้มละลาย มีหนี้สิน สภาพคล่องไม่มี ก็เหมือนรัฐบาลไทยตอนนี้ ถึงจะมีตังค์ แต่ไม่มี Creditability การอ่านหนังสือเล่มนี้ทำให้มองเห็นว่ารัฐบาลจะต้องใช้คนให้ถูกงาน ไม่ใช่เล่นพรรคเล่นพวก และไม่ใช่เห็นประโยชน์ต่อการเลือกตั้งอย่างเดียว แต่ต้องเห็นประโยชน์ต่อการวางรากฐานให้เศรษฐกิจไปในอนาคตได้ด้วย