ตร.รับลูกดีเอสไอจับ”พระสนิทวงศ์”ขัดคำสั่งคสช.-ใช้โซเชียลปลุกปั่น ชี้”ธัมมชโย”ทำคนเดือดร้อน มอบตัวจบ!

3.03.17 | 13:13 น.

เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ ผกก.ตม.จว.พระนครศรีอยุธยา ในฐานะ รองโฆษก ตร. กล่าวถึงความคืบหน้าการค้นวัดพระธรรมกายและดำเนินการกับพระพระสนิทวงศ์ วุฑฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย หลังไม่มารายงานตัวตามคำสั่งคสช.และใช้โซเชียลมีเดียบิดเบือนข่าวสาร ยุยง ปลุกปลั่น ว่า ได้รับทราบจากรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ถ้าเจ้าหน้าที่พบเห็นให้ดำเนินการจับกุมตามอำนาจหน้าได้เลย พร้อมกับให้สำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) นำตัวมารับทราบข้อกล่าวหาในฐานะที่ปกครองคณะสงฆ์ มาตรการตรงนี้มีความชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งการทำงานเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดจึงต้องอาศัยความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นโดยเฉพาะ พศ. ทั้งนี้ สำหรับพระสนิทวงศ์ นอกจากจะถูกดำเนินคดีข้อหาไม่มารายงานตัวตามคำสั่ง คสช.แล้ว ยังมีข้อหาการยุยงปลุกปั่น หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฯด้วย เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายตามกรอบกฎหมาย ถ้ายังไม่มารับทราบข้อกล่าวหามาตรการต่อไปคือออกหมายจับ ที่ผ่านมาใช้การเจรจาเป็นหลักแต่เมื่อใช้ไม่ได้ผลต้องมีบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด ส่วนกรณีที่พระสนิทวงศ์นำภาพ และไลน์ของหญิงเสียชีวิตด้วยปวดติดเชื้อ ออกมาเผยแพร่ในโลกโซเชียล พนักงานสอบสวนกำลังตรวจข้อมูล ว่ามีความผิดหรือไม่

ส่วนการตรวจค้นวัดพระธรรมกาย เจ้าหน้าที่มีแผนจะยกเลิกการตรวจค้นหรือไม่นั้น รองโฆษกตร.กล่าวว่า ต้องไปถามดีเอสไอ ในส่วนตำรวจเป็นเพียงหน่วยสนับสนุนกำลัง และป้องกันเหตุแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นบริเวณโดยรอบวัดพระธรรมกาย ขณะนี้ยังคงกำลังไว้อยู่ จะลดหรือจะเพิ่มกำลังทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์แต่ละวัน และไม่สามารถประเมิณได้ว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อยาวนานแค่ไหน คงไม่มีใครอยากให้สถานการณ์ยาวนาน ถ้าพระธัมมชโยมอบตัวก็จบ สื่อก็ถามแต่เจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อไหร่จะจบ อยากให้ไปถามพระธัมมชโย ท่านทำให้คนเดือดร้อนมามากแล้ว ส่วนคำสั่งคสช.ให้พระ14รูป มารายงานตัวนั้น ทราบว่ามีเข้ามาบางส่วน ส่วนตลาดกลางเป็นคลองหลวงยังไม่มีการคืนพื้นที่ เนื่องจากเป็นพื้นที่ควบคุม ซึ่งเรื่องนี้ดีเอสไอจะเป็นผู้กำหนด ตำรวจก็ตรึงกำลังบริเวณโดยรอบ เพื่อรักษาความปลอดภัย สำหรับการป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นหลังจากมีชายปีนขึ้นไปบนเสาไฟฟ้าแล้วผูกคอเสียชีวิต นั้น ได้สั่งการให้เฝ้าระวังอย่างเต็มที่ ในบางครั้งก็อาจจะเป็นเหตุสุดวิสัย เรื่องปัจเจกบุคคล เจ้าหน้าที่ระวังเต็มที่ไม่ให้เกิดเหตุรายวัน