ส.นักกม.สิทธิ ชี้คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมละเมิดพ.ร.บ. กีดกันผู้บกพร่องทางร่างกาย สอบผู้ช่วยผู้พิพากษา
จากกรณี นายศุภวิชญ์ จันทร์เสถียร ทนายความ ระบุทางแฟนเพจ ทนายศุภวิชญ์ จันทร์เสถียร – Supavich Jansatien กรณีสมัครสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา แต่ไม่มีชื่อในประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิเข้าสอบ โดยทราบเหตุผลเบื้องต้นว่า “ติดคุณสมบัติด้านร่างกาย” ทั้งนี้ นายศุภวิชญ์ยังระบุด้วยว่า แม้ผมเป็นจะคนเดียวที่นั่งวีลแชร์แล้วสามารถจบเนติบัณฑิต แต่ผมก็คือเนติบัณฑิตไทยคนหนึ่ง ผลเช่นนี้ยุติธรรมกับการต่อสู้ที่ผ่านมาของผมหรือไม่ครับ???
ล่าสุด เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม จดหมายเปิดผนึก
เรื่อง สำนักงานคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (กต.) ละเมิดระเบียบพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม กีดกันผู้บกพร่องทางร่างกายในการเข้าสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา
เรียน สำนักงานคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (กต.)
จากกรณีของนายศุภวิชญ์ จันทร์เสถียร ทนายความที่มีความบกพร่องทางร่างกายที่ต้องใช้รถเข็น (วีลแชร์) ได้โพสต์ข้อความลงบน Facebook เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2567 กรณีที่ตนสมัครสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา แต่ไม่ปรากฏว่าเขาเป็นผู้ที่มีสิทธิ์เข้าสอบเนื่องจากขัดคุณสมบัติทางร่างกาย
ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยฉบับที่ 15/2555 ลงวันที่ 13 มิถุนายน 2555 เรื่อง ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอเรื่องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 245(1) ว่าพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.2543 มาตรา 26 วรรคหนึ่ง (10) มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 หรือไม่
ซึ่งศาลฯได้วินิจฉัยว่า “เฉพาะในส่วนที่บัญญัติว่า…มีกายหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการตุลาการ…” ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 30 วรรคสาม สอดคล้องกับมาตรา 27 วรรคสาม รัฐธรรมนูญ 2560 ที่รับรองว่าการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลไม่ว่าด้วยเหตุความแตกต่างเรื่องถิ่นกำเนิดเชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพกายหรือสุขภาพหรือด้วยเหตุอื่นใดจะกระทำมิได้ ประกอบกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ (CRPD) มีผลผูกพันต่อรัฐไทยจะต้องปฏิบัติตามพันทกรณีตามข้อ 27 (A) ห้ามการเลือกปฏิบัติเพราะเหตุแห่งความพิการในทุกด้านที่เกี่ยวกับการจ้างงาน รวมถึงเงื่อนไขในการคัดเลือกบุคคล การว่าจ้างและการจ้างงาน การจ้างงานอย่างต่อเนื่อง ความก้าวหน้าในอาชีพการงานและสภาพการทํางานที่ถูกสุขอนามัยและปลอดภัย
ดังนั้น หากพิจารณาคำวินิจฉัยดังกล่าวและเทียบเคียบกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศ จะพบว่ากรณีที่สำนักงานคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (กต.) ไม่ประกาศรายชื่อให้นายศุภวิชญ์เป็นผู้มีสิทธิ์สอบผู้ช่วยผู้พิพากษานั้น มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งความพิการ ซึ่งได้รับการรับรองและคุ้มครองไว้ไม่ให้เกิดขึ้นตามความในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยหลายฉบับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรา 27ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และขัดต่ออนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ (CRPD) ข้อ 27 (A)
ความพิการมิได้เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้จะเป็นข้าราชการตุลาการที่จะมีผลต่อการให้ความเป็นธรรมแก่คู่ความหรือผู้เกี่ยวข้องแต่ประการใด สำนักงานคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (กต.) เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ส่งเสริมการประกอบอาชีพทางกฎหมายและผดุงเกียรติของสมาชิก ซึ่งการกระทำลักษณะดังกล่าวข้างต้นเป็นการหมิ่นเกียรติของเนติบัณฑิตและไม่ส่งเสริมอาชีพทางกฎหมายของสมาชิกอันเป็นการขัดต่อพระราชบัญญัติเนติบัณฑิตยสภา 2507
ดังนั้น สำนักงานคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (กต.) ควรเร่งแก้ไขและเยียวยาผู้มีสิทธิสอบผู้ช่วยผู้พิพากษา/อัยการให้เกิดความเท่าเทียมโดยผลันเพื่อคืนศักดิ์และสิทธิแห่งเนติบัณฑิตไทย ศักดิ์ศรีของความยุติธรรมคือการใช้กฎหมายเพื่อปกป้องและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพให้ประชาชน
.
สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน
7 ตุลาคม 2567

