เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ซอยสีคาม ถนนนครไชยศรี นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความผู้รับมอบอำนาจ นายคำมา แดงจันติ๊บ ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ร.ต.อ.ยุทธนา รัตแพทย์ กับพวกรวม 7 คน ในความผิดฐาน ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย,ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ฯ
โดยคำร้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า โจทก์เป็นบิดาของ นายดอน แดงจันติ๊บ โดยเมื่อวันที่ 2พฤศจิกายน 2559 จำเลยทั้ง 7 รับราชการเป็นตำรวจ สน.สุทธิสาร ได้ร่วมกันจับกุมผู้ลักลอบเล่นการพนัน บริเวณชุมชนซอยรุ่งเรืองตอนปลาย แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กทม. โดยจำเลยทั้ง 7 ได้ร่วมกันจับกุม นายดอน โดยร่วมกันทำร้ายร่างกาย ด้วยการใช้กำปั้นรุมชกต่อยบริเวณใบหน้าศีรษะ และร่างกายหลายที จนนายดอนล้มลง หลังจากนั้นพวกจำเลยร่วมกันใช้เท้าเตะกระทืบ บนลำตัว ขาหลัง และหน้าท้อง รวมทั้งขึ้นเหยียบบริเวณลำตัว และหน้าอก ซึ่งจำเลยทั้ง 7 มีเจตนาร่วมแบ่งหน้าที่กันทำ จนเป็นเหตุให้นายดอน ได้รับบาดเจ็บหลายแห่ง ตามร่างกาย
การกระทำของจำเลยทั้ง 7 มีเจตนาร่วมกันทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ นายดอนถึงแก่ความตาย ด้วยสาเหตุการตาย “ระบบหายใจไหลเวียนโลหิตล้มเหลว” ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการกระทำของจำเลยทั้ง 7 ซึ่งภายหลังจากที่จำเลยทั้ง 7 ได้ร่วมกันทำร้ายนายดอน จนหมดสติ ไปในขณะนั้นมีประชาชน และภรรยาของนายดอน ได้ขอร้องให้จำเลยทั้ง7 นำตัวนายดอนไปโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษา แต่จำเลยทั้ง 7 กลับปฏิเสธที่จะนำตัวนายดอนไปรักษาอาการบาดเจ็บและห้ามบุคคลอื่นเข้ามายุ่งเกี่ยว จนกระทั้งนายดอนเสียชีวิตในเวลาต่อมา หากจำเลยนำตัวนายดอนไปโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บ นายดอนก็อาจจะไม่เสียชีวิต จากการถูกจำเลยทั้ง 7 ทำร้ายร่างกาย
อีกทั้งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 8/1 บัญญัติว่าผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาซึ่งถูกควบคุมมีสิทธิแจ้งให้ญาติทราบถึงการถูกจับกุม ดังนั้นเมื่อผู้ถูกจับร้องขอ หรือญาติผู้ถูกจับร้องตามสิทธิ์ จำเลยทั้ง 7 มีหน้าที่ต้องนำตัวนายดอนไปรักษาตามกฎหมาย แต่จำเลยทั้ง 7ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ต้องรับผิดทางกฎหมายต่อไป
โดยโจทก์ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสารไว้แล้ว แต่โจทก์เกรงไม่ได้รับความเป็นธรรมและคดีล่าช้า จึงได้นำคดีมาฟ้องต่อศาลด้วยตนเอง
โดยศาลรับคำฟ้องไว้พิจารณาว่าเพื่อมีคำสั่งว่าจะรับไต่สวนมูลฟ้องหรือไม่ ในวันที่ 20 มีนาคมนี้

