เมื่อวันที่ 3 มีนาคม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) พร้อมด้วย พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯกทม. นายสุธน อาณากุล รองผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง และผู้แทนกลุ่มผู้พิการใช้รถเข็นวีลแชร์จากภาคีเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้ (T4A) ร่วมพิธีเปิดการใช้งานโครงการก่อสร้างและติดตั้งลิฟท์ สำหรับคนพิการในระบบขนส่งมวลชนกทม. ที่สถานีรถไฟฟ้า บีทีเอส ราชดำริ
พล.ต.อ.อัศวิน กล่าวว่า ตลอดเวลา 5 เดือน ที่ตนและคณะทำงานได้บริหารงานกทม. พบเรื่องที่ยังค้างคา คือ การก่อสร้างลิฟต์สำหรับผู้พิการที่มาใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส ที่ยังก่อสร้างไม่ครบทุกสถานี เหลือ 19 สถานี จากทั้งหมด 23 สถานี โดยการก่อสร้างลิฟต์ดังกล่าวเริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2556 โดยมีการต่อสัญญาแล้ว 2 ครั้ง และครั้งล่าสุดกทม.ได้ต่อสัญญากับผู้รับเหมาเมื่อเดือน พฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมา พร้อมได้กำชับก่อสร้างให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2560 นี้ ยกเว้นที่สถานีสะพานตากสิน ยังพบว่าติดปัญหาการขยายรางรถไฟที่ต้องรอข้อสรุปจากกรมทางหลวงชนบทก่อน ซึ่งหากได้ข้อสรุปในรูปแบบการขยายรางแล้วจะกำหนดตำแหน่งก่อสร้างลิฟต์ได้ อย่างไรก็ตาม ตนตั้งเป้าไว้ว่าอย่างน้อยภายในเดือนสิงหาคม การก่อสร้างทั้งหมดต้องมีความคืบหน้าร้อยละ 90
“สำหรับแผนการติดตั้งลิฟต์สำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ และผู้ไม่สะดวกใช้บันได จากพื้นดินขึ้นสู่ชั้นจำหน่ายตั๋วและจากชั้นจำหน่ายตั๋วถึงชานชาลา ในสถานีรถไฟฟ้าที่ยังไม่มีการติดตั้งลิฟต์จำนวน 19 สถานี รวมลิฟต์ที่ต้องติดตั้งทั้งสิ้น 56 ตัว ซึ่งขณะนี้กทม.ได้ก่อสร้างลิฟต์แล้วเสร็จพร้อมเปิดใช้งานเพิ่มเติม 4 สถานี รวม 11 ตัว คือที่สถานีราชดำริ 3 ตัว สถานีพร้อมพงษ์ 3 ตัว สถานีทองหล่อ 3 ตัว และที่สถานีอ่อนนุช 2 ตัว ปัจจุบันยังคงเหลือ 15 สถานี จาก 23 สถานี โดยจะพยายามเร่งรัดการติดตั้งลิฟต์ พร้อมทำทางลาด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้บริการขนส่งบีทีเอสได้อย่างเท่าเทียมและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น” พล.ต.อ.อัศวิน กล่าว
ส่วนนายสุธน กล่าวว่า ที่ผ่านมา การติดตั้งลิฟต์มีปัญหาอุปสรรคเป็นอย่างมาก เช่น สาธารณูปโภคที่อยู่ใต้ดินจำนวนมาก ระบบท่อระบายน้ำ ตำแหน่งการติดตั้งลิฟต์ที่มีปัญหาร้องเรียน การเข้าพื้นที่ทำงาน ซึ่งผู้รับเหมามีเวลาทำงานเพียงหลังบีทีเอสปิด และก่อนบีทีเอสเปิด เฉลี่ยวันละ 4-5 ชม. ขณะนี้ ได้ข้อยุติและบีทีเอสได้เปิดให้เข้าทำงานตลอด 24 ชม. แล้วทางสำนักจราจรและการขนส่งจะพยายามเร่งรัดผู้รับเหมาดำเนินการให้เสร็จตามเป้าหมาย คือ เสร็จสิ้นทั้งหมดภายในปีนี้ทั้งหมด
นายมานิตย์ อินทร์พิมพ์ ประธานคณะติดตามระบบรางภาคเครือข่ายขนส่งมวลชนทุกคนต้องขึ้นได้ กล่าวว่า ภาคีเครือข่ายติดตามเรื่องนี้มาเป็นกว่า 10 ปี เพราะสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในการเข้าถึงระบบขนส่งมวลชน จะสามารถอำนวยความสะดวกแก่ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ที่สำคัญทุกสภาพร่างกาย ได้ใช้ระบบขนส่งสาธารณะอย่างเท่าเทียม ซึ่งได้เห็นแผนการติดตั้งลิฟต์ของกทม.วันนี้ชัดเจน และพอใจมาก ขอบคุณผู้ว่าฯกทม.ที่ช่วยเร่งรัดติดตามโครงการ อย่างไรก็ตามแม้ กทม.ได้ดำเนินการเรื่องลิฟท์สำหรับผู้พิการไปแล้ว ในส่วนของการฟ้องร้องที่กลุ่มพิการได้ฟ้องร้องต่อศาลปกครองนั้นก็คงต้องดำเนินการต่อไป ซึ่งถือเป็นสิทธิที่พึงจะมีในประชาชนทุกคน

