วันที่ 3 มีนาคม 2560 เมื่อเวลา 17.30 – 19.30 น. นายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอผู้ประสานงานประจำตำบลแม่สะเรียง อ. แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ได้จัดประชุมรับทราบปัญหาความเดือดร้อน และความต้องการของราษฎรพื้นที่ตำบลแม่สะเรียงและใกล้เคียง จำนวนกว่า 50 คน ที่วัดจอมแจ้ง ต.แม่สะเรียง หลังจากกลุ่มชาวบ้านคัดค้านการนำไม้ คัดค้านขนย้ายไม้ของกลางที่คดีสิ้นสุดแล้ว จากหน่วยป้องกันรักษาป่าในท้องที่จ.แม่ฮ่องสอน มูลค่ากว่า 50 ล้านบาท นำส่งองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) อู่บกพหลโยธิน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อใช้ก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า จ.อยุธยา แต่ควรใช้ซ่อมแซมพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียงเอง ที่ถูกไฟไหม้เสียหาย เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2558 ว่า ล่าสุดชาวบ้านยิ่งแสดงความไม่พอใจและตั้งข้อสังเกต กรณีเร่งซ่อมแซมพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียง แบบงานสถาปัตยกรรมโครงสร้างจากไม้สักและไม้เนื้อแข็ง กลายเป็นไม้สังเคราะห์ (ไม้เฌอร่า) โครงยึดเหล็กกล่องแทน
นายบุญญฤทธิ์ ชี้แจงว่า การก่อสร้างพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียงหลังใหม่ นายพิพัฒน์ เอกภาพันธ์ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีโครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียงตามแบบเดิม ใช้ไม้สักเป็นโครงสร้างหลัก ขอใช้ไม้สักของกลางที่ตกเป็นของแผ่นดิน ที่อยู่ในการดูแลของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์พืช มาก่อสร้างพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียงหลังใหม่ จำนวน 3,863 ลูกบาศก์ฟุต จำนวน 105 ท่อน เพื่อจะให้ราษฎรในพื้นที่เกิดความรู้สึกหวงแหนและมีส่วนร่วมรักษาทรัพยากรป่าไม้ โดยยอมรับมติคณะกรรมการบริหารจัดการไม้มีค่า เพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน ให้สงวนไม้จำนวน 6 ชนิด (ไม้สัก ไม้พะยูง ไม้ประดู่ ไม้ชิงชัน ไม้แดงและไม้มะค่าโมง) ไว้เพื่อก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า จึงไม่สามารถพิจารณาไม้ของกลางตามที่ขอได้ ต่อมาจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้มีประกาศเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 ได้ผู้ชนะการเสนอราคา ปรับปรุงพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียง ราคา 10,990,000 บาท
“แกนนำราษฎรที่มานำเสนอปัญหาความต้องการและการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ทุกคนไม่เห็นด้วยกับการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียงด้วยไม้เฌอร่า และต้องการให้สร้างด้วยไม้สักในพื้นที่ทั้งหลัง เพราะเป็นบ้านไม้เมืองไม้ ภายหลังเกิดเหตุเพลิงไหมพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียง อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอนเคยจะใช้พื้นที่หมู่ที่ 1 จำนวน 19 ไร่ โดยการประชาคม แต่ติดปัญหาขอใช้พื้นที่ในเขตป่า ราษฎรไม่เคยทราบมาก่อนว่า พิพิธภัณฑ์แม่สะเรียงจะก่อสร้างใหม่ด้วยวัสดุไม้เฌอร่า หรือเกรงหากไม่ให้ก่อสร้างด้วยไม้เฌอร่างบประมาณก็จะตกไป” นายบุญญฤทธิ์ กล่าว

ด้านนายสงบ ธรรมขันธ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 1 เป็นห่วงหากจะมาปรับเปลี่ยนภายหลังจะหาวัสดุ – งบประมาณมาจากไหน – อย่างไร ขณะที่นายอนันต์ ชิงชัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 4 บอกว่า การก่อสร้างพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียง หากไม่ได้ก่อสร้างด้วยไม้สักเหมือนเดิม ราษฎรจะไม่พอใจ โดยเฉพาะอำเภอแม่สะเรียงเป็นบ้านไม้และเมืองไม้สัก
นอกจากนี้กลุ่มแกนนำชาวบ้านและผู้แทนภาคสังคมต่างๆ ยังได้เสนอแสดงพลังถึงความต้องการให้ก่อสร้างพิพิธภัณฑ์แม่สะเรียงเป็นแบบเดิม แม้การปรับเปลี่ยนแบบก่อสร้างจะไม่มีผลต่อความแข็งแรงของโครงสร้าง แต่เป็นพิพิธภัณฑ์ซึ่งมีความหมายถึงสถานที่เก็บของเก่ามีคุณค่า หากสร้างด้วยวัสดุไม้สังเคราะห์และเหล็กก็จะขาดคุณค่าไป ควรทำตามความต้องการของราษฎรในพื้นที่ เช่นกรณีการก่อสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ที่ต้องใช้ไม้สัก แต่เมื่อราษฎรไม่ต้องการก็ยังต้องปรับแผน รู้สึกเสียใจและน้อยใจมาก โดยเฉพาะอยากถามว่า หากเป็นคุณจะทำแบบนี้กับบ้านของคุณหรือไม่

