รวบยกแก๊ง อ้างเป็นตร.กองปราบ เรียกเงิน 1 แสน แลกปล่อยตัวผู้ต้องหาคดีอุ้มฆ่าเสี่ยมาส

11.10.24 | 12:25 น.

ตำรวจสอบสวนกลาง จับแก๊งอ้างเป็นตำรวจกองปราบ เรียกรับเงิน 100,000 บาท แลกปล่อยตัวผู้ถูกจับ พบประวัติก่อเหตุมามากกว่า 10 ครั้ง


เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ รอง ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.เจษฎา แก้วจาเครือ รอง ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.อรรถวิทย์ สุขทัศน์ รอง ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.เอนก บุญตา รอง ผกก.4 บก.ป.

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.กิตติพงศ์ ศิลาพันธุ์, พ.ต.ต.พัฒน์ คล้ายวัฒนะ สว.กก.4 บก.ป., ร.ต.อ.นุกล ใจอารี, ร.ต.อ.ธนัทเทพ สังกา รอง สว.กก.4 บก.ป., ร.ต.ต.ศรศักดิ์ แก้วแกลบ รอง สว.(ป.) กก.4 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กก.4 บก.ป.

Advertisement

ร่วมกันจับกุม 3 ผู้ต้องหาได้ที่บ้านพักใน ต.นากระแซง อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี และริมถนน ต.กองดิน อ.แกลง จ.ระยอง ประกอบด้วย 1.นายกฤษณ์ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง ที่ จ.332/2567 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น

2.น.ส.วิจิตรา อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง ที่ จ.333/2567 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น

และ 3.นางคูณ อายุ 70 ปี (แม่ยายของนายกฤษณ์) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดทุ่งสง ที่ จ.334/2567 ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2567 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น

สืบเนื่องจากปลายเดือนกันยายน 2567 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. จับกุม นายสุทีป ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ซึ่งเป็นคนสุดท้ายที่หลบหนีการจับกุมใน คดีอุ้มฆ่าเสี่ยมาส นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาสัก จ.ชุมพร ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ระหว่างนายสุทีปถูกควบคุมตัว แก๊งคนร้ายดังกล่าวจึงได้ติดต่อไปยังผู้เสียหายซึ่งเป็นญาติของนายสุทีป โดยอ้างว่าตนเองเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม สามารถช่วยเหลือทางคดีให้ปล่อยตัวนายสุทีปได้ โดยแลกกับเงิน จำนวน 100,000 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินให้กับคนร้ายตามที่คนร้ายบอก

ต่อมาทราบว่าถูกหลอก จึงไปแจ้งความร้องทุกข์ไว้กับพนักงานสอบสวน สภ.กะปาง และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป.ทราบเรื่องดังกล่าว จึงได้ร่วมกับพนักงานสอบสวน สภ.กะปาง ทำการสืบสวนหาตัวแก๊งคนร้าย จนทราบว่าแก๊งคนร้ายที่ก่อเหตุคือนายกฤษณ์ กับพวก ที่ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหาย

จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมของนายกฤษณ์พบว่าเคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาแล้ว 12 คดี (ก่อเหตุในหลายท้องที่ มีผู้เสียหายหลายราย) อีกทั้งยังพบว่าแก๊งคนร้ายเคยติดต่อไปยังญาติของผู้ต้องหาที่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจับกุมพร้อมของกลางเป็นยาบ้า จำนวน 13 ล้านเม็ด เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 โดยแก๊งคนร้ายหวังหลอกเอาเงินผู้เสียหาย แลกกับการปล่อยตัวผู้ต้องหาที่ถูกจับ เคราะห์ดีที่ครั้งนี้ยังไม่มีผู้เสียหายโอนเงินไป

พนักงานสอบสวน สภ.กะปาง ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดทุ่งสงออกหมายจับแก๊งคนร้าย และศาลจังหวัดทุ่งสงอนุมัติหมายจับแก๊งคนร้ายทั้ง 3 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ป. จึงได้สืบสวนติดตามจับกุมและสามารถจับกุมนายกฤษณ์กับนางคูณได้ที่ จ.อุบลราชธานี และนางวิจิตรา ซึ่งเป็นผู้ร่วมขบวนการ ได้ที่ จ.ระยอง นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.กะปาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการตรวจสอบนายกฤษณ์ยังพบว่ามีหมายจับศาลจังหวัดตาก ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงติดตัวอีก 1 หมาย สอบถามคำให้การผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เบื้องต้นให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา